เอเชีย

ประเทศเกาหลีใต้
ประเทศเกาหลีใต้ :
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการท่องเที่ยวภายใน ประเทศเกาหลีใต้
กรุณากดที่แต่ละหัวข้อเพื่อขยายหรือย่อข้อมูลแต่ละส่วน

เงินตรา/บัตรเครดิต

ประมาณ 1,000 วอน ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

เวลา

ประเทศเกาหลี เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

เอกสารการขอวีซ่า

ข้อมูลการทำวีซ่า

ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ ต้องมีหนังสือเดินทางที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และต้องขอวีซ่าก่อนเดินทาง
โดยวีซ่า มีด้วยกัน 2 ประเภท ดังนี้
วีซ่าระยะสั้น (อยู่ในเกาหลีใต้ ไม่เกิน 90 วัน)

C-3 Visa
ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้เพียงชั่วคราวต้องได้รับ C-3 Visa หรือวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นวีซ่าระยะสั้น
หมายถึงสามารถอยู่ในเกาหลีใต้ได้ไม่เกิน 90 วันซึ่งจะไม่สามารถทำการยื่นเรื่องขอต่อระยะเวลาการพำนักอาศัย ในขณะอยู่ที่
ประเทศเกาหลีใต้ได้แต่สำหรับชาวไทยที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือเรียนภาษา ถ้าระยะเวลา
ไม่เกิน 90 วัน (3 เดือน)จะได้รับการยกเว้นอนุญาตให้เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้ข้อตกลง
ที่ทำร่วมกันกับเกาหลีใต้(สัญญายกเว้นการตรวจลงตรา หรือวีซ่า)

วีซ่าระยะยาว (อยู่ในเกาหลีใต้ เกิน 90 วัน)

ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้เกิน 90 วันไม่ว่าด้วยจุดประสงค์ใดก็ตามต้องได้รับใบจดทะเบียนต่างด้าวหรือ
Certificate of Alien Registrationจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยบุคคลนั้นจะต้องไปทำการจดทะเบียน ต่างด้าวหรือลงทะเบียน
การพำนักอาศัย ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามท้องถิ่นในเขตพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ซึ่งจะตั้ง อยู่ในที่ต่างๆตามเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงโซล
สนามบินอินชอน เมืองพูซาน ฯลฯ ภายใน 90 วันนับจากวันที่เดินทางมาถึงประเทศเกาหลีใต้หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะออก บัตรประจำตัวคนเข้าเมืองให้

สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปเรียนภาษาโดยมีระยะเวลามากกว่า 90 วันจะต้องยื่นเรื่องขอวีซ่าประเภทนักเรียนดังต่อไปนี้

D-2 Visa
วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้นักเรียนอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ได้ เป็นเวลา 1 ปี และหากต้องการศึกษาต่อก็สามารถยื่นเรื่องต่ออายุวีซ่าได้ที่
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ ประเทศเกาหลีใต้ซึ่งนักเรียนต้องนำหลักฐานจากสถานศึกษาไปยื่นที่สำนักงาน ตรวจคนเข้าเมือง


การเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้
กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการนำเงินเข้า-ออก ประเทศเกาหลีใต้

การ เดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้หากผู้โดยสารมีเงินเกาหลี (KRW) หรือเงินสกุลอื่น อันมีค่ามากกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ จะต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศเกาหลีใต้เพื่อเสียภาษี และหากเดินทางโดยนำเงินออกจากประเทศเกาหลีใต้ อันมีค่ามากกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ (ไม่รวมกับจำนวนเงินที่นำเข้ามาและได้แจ้งเมื่อเดินทางมาถึงแล้ว) ก็ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทาง ศุลกากรประจำด่านนั้น หรือธนาคารแห่งชาติเกาหลีเพื่อขอใบอนุญาตเช่นกัน

การขอวีซ่าทุกประเภทไม่เสียค่าใช้จ่ายและสามารถยื่นเรื่องขอได้ที่ สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทย

สถานทูตเกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย : Korean Embassy(South Korea) in Thailand
23 ถ.เทียม-ร่วมมิตร รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กทม. 10320
โทร. 0-2247-7537-41

โทรศัพท์

บัตรโทรศัพท์มีขายทั่วไป ตามเคาน์เตอร์โรงแรม, ซุปเปอร์มาร์เก็ต ราคา 3,000 / 5,000 และ 10,000 วอน
โทรกลับประเทศไทย
กรุงเทพฯ : 001-66-2-หมายเลขโทรศัพท์เจ็ดหลัก
ต่างจังหวัด : 001-66-ตามด้วยรหัสจังหวัด-หมายเลขโทรศัพท์หกหลัก
โทรศัพท์ระบบ HUTCH นำไปใช้ได้เลยโดยขอเปิด ROMMING ใช้บริการในต่างประเทศ ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 7 วัน

ไฟฟ้า

ประเทศเกาหลีใต้ใช้ไฟ 220 V เหมือนบ้านเรา ที่ความถี่ 60 เฮิร์ซ และลักษณะของหัวปลั๊กไฟ และ เต้าเสียบตามโรงแรม และ ออฟฟิต สำนักงานต่าง ๆ จะใช้แบบ Type F สำหรับไฟแบบ 110 V ที่มีลักษณะหัวปลั๊กแบบ Type A และ B ก็ยังมีใช้อยู่ตามอาคารเก่า ๆ อย่างไรตามโรงแรมต่าง ๆ บางส่วนจะมีไฟทั้งแบบ 110 V และ 220 V ให้บริการสำหรับแขก

ภูมิอากาศ

เกาหลีอยู่ในเขตอบอุ่นซึ่งมีอยู่ 4 ฤดูกาลใน 1 ปี

  • ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 7 ถึง 13 องศาเซลเซียส
  • ฤดูร้อน ปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 25 ถึง 35 องศาเซลเซียส
  • ฤดูใบไม้ร่วง ปลายเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 5 ถึง 15 องศาเซลเซียส
  • ฤดูหนาว เดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม อุณหภูมิอยู่ระหว่าง -10 ถึง 5 องศาเซลเซียส

ระเบียบศุลกากร

ผู้โดยสารที่ไม่ใช่ชาวเกาหลี เดินทางออกนอกประเทศนำเงินตราต่างประเทศหรือเงินเกาหลี (รวมทั้งเช็คเดินทาง) เช็คของธนาคารที่มีค่ามากกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งชาติเกาหลี หรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่เก็บภาษี นี่ไม่รวมกับจำนวนเงินที่นำเข้ามาและได้แจ้งเมื่อเดินทางมาถึง ซึ่งเงินจำนวนนี้ออกไปได้โดยไม่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ ชาวเกาหลีที่มีเงินหรือเช็คที่มูลค่ามากกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ

โปรดจำไว้ว่าถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนี้จะมีโทษทั้งจำทั้งปรับตามสนธิสัญญาการแลกเปลี่ยนเงินตรา

ระบบการควบคุม การแพร่ระบาดของเชื้อโรค
การควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากสัตว์
สัตว์ที่มีชีวิต และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกประเภทที่นำเข้าจะต้องมีหนังสือรับรองจากรัฐบาลของประเทศที่ส่งออก แจ้งรายการของสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกประเภทเมื่อเดินทางมาถึงด้วย ณ สถานกักกัน และวิจัยเกี่ยวกับสัตว์แห่งชาติเพื่อตรวจสอบ สัตว์ประเภทมีกีบเท้า และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ประเภทนี้ที่นำเข้าทางเรือจากบริเวณเขตต้องห้าม จะถูกส่งกลับ หรือทำลาย

การควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากพืช ผู้โดยสารที่มีพืชชนิดใดก็ตาม หรือดิน และผลไม้ (จำพวก มะม่วง ส้ม มะละกอ เป็นต้น) ผัก เมล็ดพืช กล้วยไม้ ก้านพันธุ์ หรือดอกไม้สด เป็นต้น ต้องกรอกรายละเอียดของสิ่งที่ท่านนำมาในแบบฟอร์มของกรมศุลกากร และต้องแจ้งกรมศุลกากรทันทีที่มาถึง

สิ่งของ และแหล่งที่จำกัดการนำเข้า
- ผลไม้สดจากทุกประเทศ เช่น มะม่วง ส้ม มะละกอ เชอรี่ เป็นต้น
        - พันธุ์ต้นกล้าของต้นแอปเปิ้ล องุ่น เป็นต้น จากประเทศส่วนใหญ่ในทวีปยุโรป
        - ผล และเมล็ดวอลนัทจากประเทศส่วนใหญ่
        - ดิน หรือพืชที่มีดินติดมาด้วยจากทุกประเทศ

สถานที่ท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ 

  1. พระราชวังคยองบก หรือ เคียงบก ตั้งอยู่ที่ตอนเหนือของกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เป็นหนึ่งในห้าพระราชวังใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยราชวงศ์โชซอน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1937 (ค.ศ. 1394) โดย ชองโดจอน และได้กลายเป็นพระราชวังหลวงหรือวังหลักสำหรับประทับว่าราชการของกษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ของเกาหลีมาโดยตลอด และได้รับการต่อเติมโดยพระเจ้าแทจงและพระเจ้าเซจงมหาราช แต่บางส่วนของพระราชวังนั้นถูกเพลิงเผาวอดในช่วงที่ญี่ปุ่นบุกประเทศเกาหลี พระราชวังมีเนื้อที่ 5.4 ล้านตารางฟุต โดยในช่วงต้นราชวงศ์โชซอนมีตำหนักอาคารมากถึง 200 อาคาร กระทั่งปี พ.ศ. 2135 ที่กองทัพญี่ปุ่นบุกรุกประเทศเกาหลี ตำหนักต่างๆ ได้ถูกทุบทำลาย ถูกเผาทิ้งไปเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะได้รับการบูรณะซ่อมแซม และสร้างพระราชวังขึ้นมาใหม่ในแบบฉบับเดิม โดยในปัจจุบันมีตำหนักทั้งสิ้น 10 ตำหนัก คำว่า "เคียงบกกุง" ในภาษาเกาหลี แปลว่า "พระราชวังแห่งพรที่ส่องสว่าง (The Palace of Shining Blessings)"
  2. พิพิธภัณฑ์อนุสรสงคราม ในกรุงโซล เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมเมื่อปี พ.ศ. 2537 ซึ่งลักษณะการจัดแสดงส่วนใหญ่คล้าย ๆ กับพิพิธภัณฑ์สงครามใน Yongsan-dong และ Yongsan-Gu ซึ่งภายพิพิธภัณฑ์ฯ แห่ง ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับสงครามที่ประเทศเกาหลีใต้ได้เข้าไปมีส่วนร่วม ภายในจะมีเอกสารต่าง ๆ ที่สำคัญ รวมไปถึงการจัดแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในการทหารเพื่อการสู้รบพิพิธภัณฑ์อนุสรสงคราม กรุงโซลมีการจัดแบ่งห้องแสดงออกเป็นหลายห้อง รวมถึงมีการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการสงครามจัดแสดงอยู่ภายนอกตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ฯ ด้วยเช่นกัน
  3. หอคอยเอ็นโซล (N Seoul Tower) หรือ หอคอยกรุงโซล (Seoul Tower) ตั้งอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ หรือบางครั้งเรียก “นัมซันทาวเวอร์” Namsan Tower เพราะตั้งอยู่บนภูเขานัมซาน ซึ่งเป็นหอคอยที่มีความสูง จากฐาน ประมาณ 236.7 เมตร ถูกสร้างขึ้นในปี 1969 และเปิดให้เข้าชมเมื่อ ปี 1980หอคอยนี้ได้รับว่าเป็น สัญลักษณ์แห่งกรุงโซล[ต้องการอ้างอิง] เนื่องจากมึความสวยงามมาก ในตอนกลางคืน ทำให้เป็นที่สนใจทั้งผู้คนในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ขึ้นไปบนหอคอย เพื่อไปชมความสวยงาม ของกรุงโซลในยามค่ำคืน มีทั้งหอคอยดูดาว มีภัตตาคาร

สินค้าที่น่าซื้อ

เครื่องแต่งกาย, อุปกรณ์กีฬา, เครื่องหนัง และสินค้าประเภทขนสัตว์, เพชรนิลจินดา, ของเก่าและวัตถุโบราณ, โสม, ศิลปะและงานฝีมือพื้นเมือง, เหล้าและชาพื้นเมือง, กิมจิและอาหารอื่นๆ