แอฟริกา

ประเทศแอฟริกาใต้
ประเทศแอฟริกาใต้:
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการท่องเที่ยวภายใน ประเทศแอฟริกาใต้
กรุณากดที่แต่ละหัวข้อเพื่อขยายหรือย่อข้อมูลแต่ละส่วน

เงินตรา/บัตรเครดิต

แรนด์ (Rand) 1 แรนด์ ประมาณ 6.76 ดอลลาร์สหรัฐ (2549)

เวลา

ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง / GMT + 2

เอกสารการขอวีซ่า

- แบบฟอร์ม BI-84 ที่กรอกข้อมูลสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
- พาสปอร์ตตัวจริง พร้อมสำเนา
- รูปถ่าย 2 ใบ ขนาด 35 มม. X 45 มม. หน้าตรง ฉากหลังสีขาว
- หลักฐานแสดงถึงการเดินทาง เช่น ตั๋วเครื่องบิน , Confirmed booking air-ticket
- หลักฐานแสดงถึงที่พัก ในแอฟริกา เช่น Booking โรงแรม
- หลักฐานทางการเงิน เช่น Bank Statement , Book Bank , Bank Certifficate Credit Card
- กรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว ใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
- กรณีเป็นพนักงานบริษัท ใช้จดหมายรับรองจากบริษัท(นายจ้าง) ที่ระบุว่า คุณเป็นพนักงาน ของบริษัท และได้รับอนุญาตให้ลาไปเที่ยวแอฟริกาใต้ ตั้งแต่วันที่.....ถึงวันที่..... - จดหมายเชิญจากบริษัทฯ ในแอฟริกาใต้ (ระบุวันที่ ที่คุณจะต้องไปเข้าร่วม)


ผู้เดินทางที่ถือพาสปอร์ตของประเทศต่อไปนี้ไม่ต้องทำวีซ่า
อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน
Singapore, Malaysia
อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน

-        คนไทยสามารถเดินทางเข้า แอฟริกาใต้และอยู่ได้ 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า **

 South Africa Embassy
6/F The Park Place, 231 Soi Sarasin Lumpini, Bangkok
10330 Tel:0 2253 8473-6 FAX:0 2253 8477
เวลายื่น 08.30-12.00 น./เวลารับ 14.00-15.00 น.
***ระยะเวลาในการยื่นขอวีซ่าไม่รวมวันรับเอกสาร***
***เอกสารและเวลาที่ใช้ในการยื่นวีซ่า อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า***

โทรศัพท์

รหัสประเทศของแอฟริกาใต้คือ "27"

ไฟฟ้า

แอฟริกาใต้ใช้กระแสไฟฟ้าแบบ 230 V ความถี่ 50 Hz ปลั๊กเป็นแบบหัวกลม 3 ขา หากนักท่องเที่ยวต้องการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยไปใช้ที่นั่น กรุณานำตัวแปลงปลั๊ก ที่ใช้ได้กับปลั๊กไฟทั่วโลกติดตัวไปด้วย

ภูมิอากาศ

ภูมิอากาศ : สภาพอากาศอบอุ่น มีแสงแดดตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนมกราคม 22.5 องศาเซลเซียส และกรกฎาคม 11.3 องศาเซลเซียส

ระเบียบศุลกากร

ในแอฟริกาใต้นั้นมีการทำการค้าที่เป็นแบบ Free exchange of trade ระหว่างแอฟริกาใต้กับ 4 ประเทศเพื่อนบ้านคือ ประเทศมอตสวานา ประเทศเลโซโฮ ประเทศนามีเบีย และประเทศสวาซีแลนด์ ซึ่งรวมกันเรียกว่า Southern African Customs Union (SACU)

นอกจากนี้แล้วทางแอฟริกาใต้กำลังจะมีการทำการค้าเสรี ระหว่างแอฟริกาใต้กับ EU ที่รู้จักกันดีภายในปี 2551 ซึ่งประมาณ 2 ปีเท่านั้น เพราะฉะนั้นการที่จะเกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่าง 14 ประเทศในแถบนั้นๆ ก็มีความเป็นไปได้สูง ภายใต้ข้อตกลงที่เรียกว่า The Southern African Development Community (SADC) Free Trade Agreement

ผู้ส่งออกหรือทำการค้าต้องปฏิบัติตามข้อตกลง Exchange Control Approval ดังกล่าว ซึ่งก็แน่นอนว่าแบงก์ชาติของแอฟริกาใต้เป็นผู้ดูแล ทางกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมมีอำนาจในการออกกฎต่างๆ ข้อห้ามในการนำเข้าสินค้าสู่แอฟริกาใต้ อย่างไรก็ตามข้อจำกัดก็ไม่ได้เข้มมากอย่างที่คิดใบอนุญาตการนำเข้านั้นก็ แล้วแต่สินค้า ในกรณีที่ผู้ส่งออกส่งสินค้าไปแอฟริกาใต้ ถ้าผู้นำเข้าเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับใบอนุญาตนำเข้า (Import Permit) ผู้นำเข้าต้องออกใบอนุญาตนำเข้าก่อนวันทีส่งสินค้า (Date of Shipment) มิฉะนั้นแล้วต้องถูกปรับ มาพิจารณาว่า กฎต่างๆ ในการนำเข้าไปยังแอฟริกาใต้ที่สำคัญดังนี้

: การนำเข้าสินค้าไปยังแอฟริกาใต้จำเป็นต้องมีใบอนุญาตนำเข้า สามารถติดต่อผู้อำนวยการควบคุมการนำเข้าและส่งออก (Director of Imports and Exports Control)

: ต้องทำการตรวจสอบการกำหนด Import Permits ทุกปีจากโปรแกรมการควบคุมการนำเข้าประจำปี (Annual Import Control Program)

: สำหรับโซนการค้าต่างประเทศนั้น ต้องพิจารณามากๆ เพราะ ไม่มี Trade Zone และ Free Ports ในแอฟริกาใต้

: พึงระลึกว่า สินค้าตัวอย่างนั้นต้องเสียอากรขาเข้า ยกเว้นถ้าสินค้าตัวอย่างตัดแบ่งเป็นชิ้น เช่น สินค้าเสื้อ สินค้าหนัง หรือจำพวก Wall paper ต่างๆ ที่ไม่ใช้สำหรับการโฆษณา

: ในกรณีที่ต้องใช้บริการ Bonded warehouses สามารถหาได้ที่ท่าเรือต่างๆ

: ทางแอฟริกาใต้มองว่า การทำ Countertrade นั้นเป็นการหาทางเลือกที่สองรองจากการทำการค้าแบบปกติ ถ้าการค้าปกติไม่สามารถลุล่วงได้

:ในส่วนของธนาคารต่างๆ นั้น สามารถเลือกใช้ได้ ในการ rebates of duty ทำได้ตามกรณี กรณีไป ส่วนใหญ่ได้รับการขอคืนจาก การ re-export สำหรับธนาคารชาติของแอฟริกาใต้นั้นทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลด้านเศรษฐกิจและการ เงิน

: นอกจากนี้แล้ว การนำเข้าสินค้าบางประเภทต้องขออนุญาตจากหน่วยงานของรัฐต่างๆ คล้ายๆ ของประเทศไทย เช่น จากกระทรวงการเกษตร กระทรวงสิ่งแวดล้อมและกระทรวงสาธารณะสุข

: ส่วนสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต เช่น จำพวกเครื่องดื่ม สินค้ายาสูบต่างๆ น้ำแร่ และสินค้าที่เกี่ยวกับปิโตรเลียม รวมถึงรถยนต์ เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วสินค้าที่นำเข้านั้นเสียอากร โดยการคิดจากมูลค่าของสินค้านำเข้าเงื่อนไขราคา FOB ในประเทศส่งออกตามข้อตกลงของ WTO

ในกรณีที่การกำหนดระบบราคาแกตต์ไม่แน่นอน ก็ให้ยึดตามราคาสินค้าที่ใกล้เคียง และปรับราคาตามระยะทาง และการเดินทาง ถ้ามีการกำหนดราคามากกว่าหนึ่งครั้งก็ให้เลือกราคาที่ต่ำที่สุด นอกจากนี้แล้ว การคำนวณมูลค่าของสินค้า อาจใช้วิธีคิดตามค่าใช้จ่ายในการผลิตของสินค้านำเข้า ในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT (The value-added tax) อยู่ที่ 14 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่แล้วจะคิด VAT กับสินค้านำเข้าเกือบทุกชนิด ถ้าไม่แน่ใจก็คิดไว้ก่อนเลยว่าสินค้าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแน่ สินค้าที่นำเข้าโดยไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ใช้กับ manufacturing หรือ resale โดยผู้ที่ทำหน้าที่ Trader ที่ถูกต้องตามกฎหมายอาจได้รับการยกเว้น VAT แล้วแต่กรณี

ด้วยผลจากการประชุมรอบอุรุกกวัย ทำให้แอฟริกาใต้ลดจำนวนภาษีศุลกากรลงไปเพื่อตอบสนองการทำการค้าแบบ Free exchange of Trade โดยการแบ่งกรอบของภาษีศุลกากรจาก 80 ระดับลงเหลือเพียง 8 ระดับ ตั้งแต่ 0-30% ยกเว้นสินค้าจากเสื้อผ้า สิ่งทอ และสินค้าอุตสาหกรรมประเภทมอเตอร์ โดยมีความหวังว่าการลดภาษีศุลกากรเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมด้านต่างๆ ในการแข่งขันในตลาดโลก

การประเมินราคาศุลกากรของแอฟริกาใต้ (Customs Valuation)

อย่างที่ทราบกันดีว่าสินค้าที่ต้องเสียอากรขาเข้าไป ยังแอฟริกาใต้ คำนวณจากราคา FOB (Free on Board) มูลค่าของอากรขาเข้าขึ้นอยู่กับการตีค่าจากราคาที่จ่ายจริงตามระบบการตีค่า ราคาแกตต์ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะตีราคาอย่างไร ก็ให้เลือกชำระตามสินค้าใกล้เคียง ปรับเปลี่ยนราคาตามระยะทางและการขนถ่ายสินค้า แต่ถ้ามีการตีราคาได้มากกว่า 1 ก็ให้เลือกใช้ราคาต่ำสุด หลักการคล้ายการตีราคาแกตต์ของไทย นอกจากนี้แล้ว อาจใช้ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้ามาคำนวณราคาอากร รวมถึงน้ำหนักของสินค้ามาประเมินราคาอากรทั้งนี้ต้องรวมน้ำหนักของ คอนเทนเนอร์ที่สินค้าถูกจำหน่าย นอกจากนั้นแล้วก็ต้องพิจารณาเป็นอย่างอื่น

ปัจจุบันแบงก์ชาติหรือ The South African Reserve Bank (SARB)’s Exchange Control Department เป็นผู้ดูแลในการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างๆ โดยผ่านธนาคารพาณิชย์ที่กำกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Authorized Exchange Dealer) เพราะฉะนั้นทุกๆ transaction ที่ติดต่อกับต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต้องผ่าน Authorized Exchange Dealer ก่อนเสมอ ซึ่งสกุลเงินที่ใช้จะเป็น Rand (ZAR) ปัจจุบันเมื่อเทียบกับสกุลเงิน 1 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐอยู่ที่ 6.22 Rand

ขั้นตอนการชำระเงิน (Methods of Payment)

เป็นที่ทราบดีว่า หนังสือเครดิต หรือ Letters of Credit (LC) เป็นวิธีที่สะดวกวิธีหนึ่งในการส่งออกไปยังแอฟริกาใต้ และ LC เป็นเอกสารที่ออกโดยธนาคารที่เป็นตัวแทนของผู้นำเข้า ส่วนใหญ่ใช้ irrevocable credits ในกรณีที่ผู้ส่งออกไม่แน่ใจเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของผู้นำเข้าแล้ว และใช้ confirmed irrevocable credits เมื่อต้องการความมั่นใจของธนาคารที่ออก L/C ของผู้นำเข้า ในทางปฏิบัติกิจกรรมต้องปฏิบัติตาม Exchange Control Regulations และถ้าสินค้ามีข้อจำกัดก็ต้องออกใบอนุญาตนำเข้าแอฟริกาใต้ (Import Permit)

เมื่อมีการส่งออกไปยังแอฟริกาใต้ โดยมีกฎบังคับที่เรียกว่า South African Exchange Control Regulations นั้นครอบคลุมการชำระเงินของสินค้านำเข้าจะมีผลเมื่อผ่านธนาคารที่มีอำนาจใน การตรวจสอบเอกสาร โดยตรวจสอบหลักฐานการนำเข้าด้วยใบกำกับสินค้า (Invoice) และเอกสารเดินเรือต่างๆ (Shipping Documents) ที่ต้องผ่านการตรวจสอบจากศุลกากร อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นเมื่อธนาคารแอฟริกาใต้เปิด documentary import letters of credit เพื่อสะดวกต่อผู้ส่งออกชาวต่างประเทศ ในการชำระเงินนั้น ผู้ส่งออกสามารถชำระได้ทั้ง transmission or airmail ขึ้นอยู่กับ reimbursement clauses และที่สำคัญการใช้ Advising Bank ควรเป็นที่เดียวกับธนาคารที่เป็น Nominated Bank แม้ว่าไม่จำเป็นแต่ควรเป็นธนาคารเดียวกันเพื่อความคล่องตัว

การเสนอราคาและเงื่อนไขการชำระเงิน (Quotations and Terms of Payment)

ในการเสนอราคาและเงื่อนไขการชำระเงินนั้น ใช้ FOB. การเสนอราคาใช้เทอมของสกุลเงินของประเทศส่งออก หรือ Country of Origin ในการชำระเงินก็แล้วแต่ผู้ซื้อและผู้ขาย บริษัทเล็กๆ มักใช้ sight-draft basis ที่เป็น D/A (Document Against Acceptance) ส่วนใหญ่การชำระเงินอยู่ระหว่าง 80-120 วัน ส่วนแบบ Term ใช้เวลาประมาณ 30-180 วัน แต่ถ้าเป็นคำสั่งซื้อใหญ่ ระยะเวลาการชำระเงินก็ใช้เวลาที่นานขึ้น

แนะนำว่าควรส่ง L/C sight L/C หรือ 30-day L/C เพื่อให้ผู้นำเข้าสามารถส่งเงินชำระเร็วขึ้น การชำระเงินที่ใช้ Open Account นั้นอาจทำให้ได้รับการชำระเงินนานกว่าปกติเนื่องจากมีความเสี่ยงสำหรับการ แลกเปลี่ยนเงินตรา ส่วนในการส่งออกไปยังแอฟริกาใต้ การชำระเงินสำหรับสินค้านำเข้าต้องมีเอกสารดังนี้

: Received for shipment bills of lading

: On-board bills of lading

: Air waybills of lading

: Parcel post receipts

: Carriers’ receipts หรือ railroad bills of lading

: Arrival notifications ออกโดย Ellerman and Bucknall (Pty) Limited, Safmarine Limited, and the Transatlantic Shipping Agency (Pty) Limited, และ Nedloyd Agency Cies SA (Pty) Limited.

การแลกเปลี่ยนเงินตราอาจใช้วิธีการชำระเงินล่วงหน้า ไม่เกิน 33 1/3%ของราคา ex-factory cost เมื่อทางธนาคารของแอฟริกาใต้ยอมรับเอกสารที่ยื่น การชำระเงินต้องเป็นการชำระเงินที่ปกติ และที่สำคัญผู้นำเข้าต้องยื่นเรื่องต่อธนาคารชาติ ข้อจำกัดในการรับอนุมัตินั้น โดยมากเป็นการส่งสินค้าครั้งแรกของผู้ส่งออกรายใหม่ ขาดความคล่องตัวในการส่งออก หรือนำเข้า ต่างๆ เหล่านี้ มีผลให้การพิจารณาตกไป การชำระเงินจำนวนมากๆ ค่อนข้างยากต่อการรับชำระเงินแบบ pre-payment permission นอกจากนี้แล้ว การแลกเปลี่ยนเงินตราอาจให้ cash-with-order basis

การทำการค้ากับประเทศแอฟริกานั้น ยังมีข้อปฏิบัติอีกหลายประเด็นที่ต้องศึกษาในเชิงลึก แต่ที่น่าสนใจคือ การทำการค้าระหว่างประเทศของแอฟริกากับประเทศใกล้เคียง ซึ่งสามารถใช้คำว่าเป็นประตูเพื่อนำไปสู่การเข้าสู่ตลาดใหม่รวมถึงตลาด EU ได้อีกทางหนึ่งในอนาคตอันใกล้ ซึ่งผู้ส่งออกสามารถวางแผนกลยุทธ์การส่งออกได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ต้องให้ความสนใจอีกประการคือ ควรเน้นหนักด้านวิธีการชำระเงิน ขั้นตอนต่างๆ ซึ่งในข้อปลีกย่อยอาจมองข้ามไปได้ ซึ่งสามารถมีผลต่อการชำระเงินในอนาคต

สินค้าที่ส่งออกไปยังประเทศกำลังพัฒนาเช่นนี้ จำเป็นต้องมีความระมัดระวังหลายส่วนมากกกว่าปกติ ที่สำคัญการเปิด L/C ยังมีความจำเป็นและการเลือกธนาคารต้องเลือกธนาคารที่ได้รับการยอมรับ

สถานที่ท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ

เหมืองทองโบราณโกลด์รีฟซิตี้ (Gold reef city)
เป็นที่ตั้งของสวนสนุก และ เหมืองทองโบราณ "โกลด์รีฟ ซิ้ตี้ สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี แห่งการค้นพบทองคำในแอฟริกาใต้ อาคารภายในสร้างจำลองเลียนแบบและบางแห่งยกของจริงที่ ยังเหลือ อยู่ของสมัยนั้นมาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ กลางแจ้งให้ชม จุดน่าสน ในอยู่ที่ การลงไปชมเหมืองทองใต้ดิน ดูวิธีการขุดทองในสมัยเก่าเทียบกับสมัย ใหม่ และชมสภาพความเป็นอยู่ของกรรมกรเหมืองที่แทบไม่ได้เห็นแสง สว่าง ที่สำคัญที่สุดคือ ได้เห็นสายแร่ทองที่ฝังอยู่ในเนื้อหิน ชมการหลอม ทอง พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณ์และที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ เครื่องเล่น ท้าทายความมีใจถึงโดยให้นั่งบนกระเช้าเหล็กที่หล่นลง มาในแนวดิ่ง 90 องศาจากความสูงเท่ากับอาคาร 10 ชั้น

 

การท่องป่าซาฟารี (Safari)
ไฮไลท์ของการเที่ยวแอฟริการใต้ คือ การท่องเที่ยวแบบซาฟารี ชมสัตว์ป่าที่มีชีวิตอยู่อย่างอิสระเสรีตามธรรมชาติ ในป่าซึ่ง ป่าโปร่ง ป่าละเมาะ และทุ่งหญ้า สะวันนา จนถึงกึ่งทะเลทราย แอฟริกาใต้ มีสัตว์ป่ากว่า 220 ชนิด แรงเจอร์ (Ranger) หรือผู้พิทักษ์ป่าและนักตามรอย (Tracker) จะเป็นผู้ขับรถพาชม สัตว์ป่าซาฟารี รถที่ จัดพานั่งชมถ้าเป็นในอุทยานแห่งชาติ จะเป็นรถตู้ หรือรถจิ๊ปมีหลังคา ต่ถ้าเป็นเกมรีเสิร์ฟเอกชนที่ไม่ปล่อยเสือและสิงโตเดินเป็นอิสระ จะให้นั่งรถเปิดประทุนควรออกชมสัตว์ตั้งแต่เช้ามืด ก่อนพระอา ทิตย์ขึ้น เพราะเป็นเวลาที่สัตว์หากินกลางคืน ยังคงเดินวนเวียนและหากินกลางวันเริ่มออกหากินเป็นช่วงที่พบ เห็น สัตว์ได้มาก ชนิดที่สุด ช่วงบ่ายถึงเย็น สัตว์หากินกลางคืนเริ่มตื่น นอน สัตว์หากินกลางวันจะมาชุมนุมตามบ่อน้ำ การดักเฝ้าดูใกล้ ๆ บ่อน้ำจะได้เห็นสัตว์หลายชนิดรวมทั้งอาจได้ภาพของฝูงเสือและ สิงโต ในเวลากลางวันอากาศจะร้อนจัด สัตว์ส่วนใหญ่จะหลบ ร้อนในที่ร่ม สิงโตและ เสือชีต้า จะนอนอยู่ใต้ต้นไม้ในพงหญ้า ส่วนเสือดาวจะนอนอยู่บนคาคบไม้ ตอนกลางคืนสัตว์ประเภทล่าเนื้อจะออกหากิน การออกไปส่องชมสัตว์อาจจะได้เห็นการล่าเหยื่อ สัตว์ใหญ่ 5 ชนิด แห่งป่าซาฟารี หรือThe Big Five คือ ช้าง แรด ควายป่า เสือ

ดาวและ สิงโต

 

แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope)
แหลมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อยู่ห่างจากเคปทาวน์ราว60กิโลเมตร ในเขตสงวน Cape of Good Hope Nature Reserveแหลมนี้ไม่ใช่ส่วนใต้ที่สุดของทวีปแต่มีชื่อเสียงมากกว่า แหลม ที่อยู่ใต้สุดคือ CapeAgulhasปลายสุดของแหลมมีประภาคาร เห็นรอยตะเข็บที่มหาสมุทรอินเดียกับแอตแลนติกมาพบกันได้ อย่างชัดเจนบนผิวน้ำอากาศบริเวณนี้จะแปรปรวนในทะเลมีหมอก จัดเพราะกระแสน้ำที่มีอุณหภูมิไม่เท่ากันมาปะทะกัน ยากต่อการเดิน เรือในสมัยโบราณ และก่อให้เกิดภาพหลอนมิติอันลึกลับและเรื่องเล่า ขานเกี่ยวกับฟลายอิ้งดัตซ์แมน ( Flying Dutchman) เรือที่พยายามจะ อ้อม ผ่านแหลมกู๊ดโฮปแต่ทำไม่สำเร็จ สูญหายไปเป็นเวลาหลาย ศตวรรษมาแล้ว แต่ยังมีผู้เห็นเรือปีศาจลอยลำหาทางไปในทะเล หมอกหนาทึบจนทุกวันนี้

 

เกาะแมวน้ำ
ฮูทเบย์หมู่บ้านชาวประมงซึ่งกลายเป็นเมืองขนาดเล็ก มีท่าเทียบเรือและภัตตาคารอาหารทะเลมีเรือออกไปชมแมวน้ำ ที่เกาะดุยเกอร์ (Dduiker) ใช้เวลานั่งเรือไปกลับรวม 1 ชั่งโมง ทั้งมีเรือล่องชมพระอาทิตย์ตกดินจากฮูทเบย์ไปขึ้นที่วิคทอเรียและ อัลเบิร์ตวอเตอร์ ฟร้อนท์ด้วย

 

กรูทคอนสแตนเทีย (Groot Constantia)
ไร่องุ่นและแหล่งทำเหล้าองุ่นที่เก่าแก่ที่สุดของแอฟริกาใต้ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1692 โดยผู้ว่าการเมืองชาวดัตซ์ ปัจจุบันยังคงดำเนินการทำเหล้าองุ่นและเปิดให้คนทั่วไป เข้าชมการผลิตภายในบริเวณมีอาคารพิพิธภัณฑ์ไวน์ แสดงประวัติความเป็นมาของไวน์ย้อนหลังไปถึง 500ปี คริสตกาล ในช่วงศตวรรษที่ 18-19 ไวน์เป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญผู้ผลิตเมื่อขายไวน์ได้ก็สร้างบ้าน และโรงบ่มที่สวย งามด้วยสถาปัตยกรรมที่เรียกว่าเคป ดัตซ์(Cape Dutch) ตัวอาคารสีขาว หลังคามุงหญ้า มีลวดลายปูนปั้นตรงหน้าจั่วเป็นเอกลักษณ์ที่ยังอยู่คู่กับไวน์มาจนทุกวันนี้ ไร่องุ่นแทบ ทุกแห่งมีร้านอาหาร และที่พักขนาดย่อมไว้ต้อนรับนักท่อง เที่ยวเมืองหลวง ที่สำคัญในการทำไวน์ คือ สแตลเลนบอช (Stellenbosch)

 

เทเบิลเมาท์เทน (Table Mountain)
ภูเขาสูงยอดตัดตรง เหมือนกับโต๊ะสูงกว่า 1,000 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของเคปทาวน์ และเป็นที่ชมวิวได้ดีที่สุด อากาศเย็นและมีลมแรงบางครั้งจะปกคลุมด้วยหมอกและ ปุยเมฆ ที่เรียกว่าผ้าปูโต๊ะ (Table Cloth) การขึ้นไปบน เทเบิลเมาท์เทนที่สะดวกที่สุด

 

 

 

ฟาร์มนกกระจอกเทศ
ฟาร์มนกกระจอกเทศ WESTCOAST OSTRICH RANCH เป็นที่เพาะเลี้ยงนกกระจอกเทศ ซึ่งเป็นนกที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก บางตัวสูงถึง9 ฟุต วิ่งเร็วได้ถึง 60 ไมค์ต่อชั่วโมง นกพวกนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแอฟริกา ตัวผู้มีขนสีดำ ตัวเมียจะมีขน สีเทา ฟาร์มนกกระจอกเทศ เป็นธุรกิจอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ เนื้อทำสเต็กชั้นดี รสชาติ คล้ายเนื้อวัวแต่อร่อยและหวานกว่า ขนใช้ทำเครื่องประดับ ส่วนหนังทำรองเท้า กระเป๋า และของท ี่ระลึกอื่น ๆ เปลือกไข่สามารถนำมา วาดรูป ระบายสี ลวดลาย สวยงามได้ ธุรกิจฟาร์มนกกระจอกเทศเคยเจริญรุ่งเรืองมากในต้นศตวรรษที่ 19 ประมาณ ค.ศ. 1910 ในยุคนั้นทั่วโลกนิยมขนนกกระ จอกเทศนำมาทำเครื่องประดับ และของใช้สตรี กกระจอกเทศตัวเมียจะ ออกไข่เมื่อมีอายุได้ 3 ปีขึ้นไป และสามารถออกไข่ได้มากสุดถึง 85 ฟอง ใช้เวลาฟัก ประมาณ 45 วันไข่ใบหนึ่งนำมาทอดเป็นไข่เจียว ให้คนกินได้ถึง 20 คน

 

 

คิมเบอร์ลี (Kimberley)
หลุมเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดสร้างโดยฝีมือมนุษย์ คิมเบอร์ลี เป็นเมืองหลวงของจังหวัดนอร์ธเคปที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะเป็นแหล่งผลิตเพชรคุณภาพสูง และมีหลุมซึ่งเกิดจากการขุดเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก แอฟริกาใต้มีแร่ทองคำและแพลทตินั่มมากถึง 70% ของโลกและเป็นประเทศ ผู้ส่งออกเพชรที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก

 

อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ (Kruger National Park)
มีชื่อเสียงก้องโลกในแอฟริกานักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับชีวิตของสัตว์ป่าได้ดีที่สุดในแอฟริกาและทั่วโลก อุทยานแห่งชาติ ครูเกอร์กิน พื้นที่กว้างเกือบ 2 ล้านเฮกเตอร์

 

 

อุทยานแห่งชาติช้างแอดโด้ (Addo Elephant Park)
แหล่งชมโขลงช้างที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก อยู่ลึกเข้าไปในเงา ของหุบเขาแห่งบุชเวลด์ (Bushveld) แถบซันเดย์ริเวอร์ในอีสเธิร์น เคปคืออุทยานแห่งชาติช้างแอดโด้ ซึ่งเป็นเขตปลอดมาลาเรียที่ อยู่ห่างจากพอร์ท อลิซาเบธ เดินทางโดยรถยนต์เพียงหนึ่งชั่วโมง เท่านั้น อุทยานแห่งชาติช้างแอดโด้ (Addo Elephant Park) แหล่ง ชมโขลงช้างที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก อยู่ลึกเข้าไปในเงาของหุบ เขาแห่งบุชเวลด์ (Bushveld)แถบซันเดย์ริเวอร์ในอีสเธิร์นเคปคือ อุทยานแห่งชาติช้างแอดโด้ ซึ่งเป็นเขตปลอดมาลาเรียที่อยู่ห่าง จากพอร์ท อลิซาเบธ เดินทางโดยรถยนต์เพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

 

 

อุทยานแห่งชาติโกลเด้นเกทไฮแลนดส์ (Golden Gate
Highlands National Park)
ตั้งอยู่เชิงเขามาลูติ (Maluti Mountains) ทางทิศตะวันออกเฉียง เหนือของจังหวัดฟรีสเตท (Free State) อุทยานแห่งนี้ได้ชื่อมาจากแสงอาทิตย์สีทองที่สาดส่องมากระทบกับผาหินทรายภายในบริเวณอุทยาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หินที่ชื่อ ว่าแบรนด์แวก ร็อค (Brandwag rock) ที่ตระหง่านอยู่เหนือบริเวณ แคมป์ที่พัก อาณาบริเวณที่กว้างขวางถึง 11,600 เฮกเตอร์แห่งนี้ มีสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว และเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ในเขตที่ราบ สูงมากมาย ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น วิลเดอร์บีสต์ (Black Wildebeest) ละมั่งอีแลน (Eland) กวางออริบิ (Oribi) ละมั่งสปริง บอค (Springbok) และ ม้าลายเบอร์เชลล์ (Burchell''s zebra)  รวม ถึงฝูงนกนานาพันธุ์ และนกหายาก เช่น นกแร้ง Bearded Vulture (Lammergeier) รวมไปถึงนกช้อนหอยหายากพันธุ์ Bald Ibis ซึ่ง มีแหล่งผสมพันธุ์บริเวณแง่ผาหินทราย

 

เวนด้า (Venda)
ดินแดนในตำนาน เหนือขึ้นไปใกล้ๆ กับชายแดนประเทศซิมบับเว นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าเวนด้า ซึ่งเป็นกลุ่ม ประชากรในพื้นที่  พวกเวนด้ามีรูปร่างลักษณะที่สง่างาม สูงยาวและ ผิวดำเข้ม เชื่อกันว่าพวกเวนด้าได้อพยพข้ามแม่น้ำลิมโปโปมาตั้งถิ่น ฐานอยู่ ที่นี่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และได้ต่อสู้ปกป้องดินแดนจากการ รุกราน ของชนเผ่างูนิ (Nguni)
และ วูร์

สินค้าที่น่าซื้อ

สินค้าหัตถกรรม เครื่องประดับ สินค้าที่ทำจากเปลือกไข่นกกระจอกเทศ หินตามราศีต่างๆ จานหิน เป็นต้น