ประเทศแอฟริกาใต้
ตั้งอยู่ทางใต้สุดของ ทวีปแอฟริกา ทิศเหนือติดนามิเบีย บอตสวานา ซิมบับเว ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดโมซัมบิก และสวาซิแลนด์ ทิศตะวันออกติดมหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่รวม 1,221,037 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2.5 เท่าของประเทศไทย มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 2,954 กิโลเมตร
เมืองหลวง
กรุงพริทอเรีย (Pretoria)
เมืองสำคัญ
นครโจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg) ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการบิน และอุตสาหกรรม เมืองเคปทาวน์ (Cape Town) เป็นที่ตั้งสภานิติบัญญัติและเมืองท่าฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก เมืองโบลมฟอนแตน (Bloemfontein) เป็นที่ตั้งศาลสูง
ประชากร
ประมาณ 44 ล้านคน (มิ.ย.2550) เป็นคนผิวดำร้อยละ 79 ผิวขาวร้อยละ 9.6 ผิวสีผสมร้อยละ 8.9 และคนเชื้อชาติอินเดียนร้อยละ 2.5
อัตราการแพร่ระบาดของเชื้อ
HIV/AIDS ในประชากรช่วงอายุ 15-49 ปี ร้อยละ 18.8 (2548)
จำนวนผู้ติดเชื้อ
HIV/AIDS ประมาณ 5.5 ล้านคน (2548)
ภาษาราชการ
อังกฤษ และ Afrikaans ภาษาอื่นที่ใช้ คือ Ndebele, Sotho, Swazi, Tsonga, Venda, Tswana, Xhosa, Pedi และ Zulu
ศาสนา
คริสต์ ร้อยละ 79.6 มุสลิม ร้อยละ 1.5 ความเชื่ออื่น ร้อยละ 18.8
ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ
(GDP) 255,244 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2549)
รายได้เฉลี่ยต่อหัว
(GDP per head) 5,630 ดอลลาร์สหรัฐ (2548)
อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ร้อยละ 5 (2549)
อัตราเงินเฟ้อ
ร้อยละ 4.6 (2549)
วันชาติ
27 เมษายน (Freedom Day)
การเมืองการปกครอง
ระบอบการเมือง ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา
ระบบการปกครอง
สาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ แบ่งการปกครองออกเป็น 9 มลรัฐ (Province) คือ KwaZulu-Natal,
Northern Cape, Northern Province, North-West, Eastern Cape,Mpumalanga, Free State, Western Cape และ Gauteng
ประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาล
นาย Thabo Mvuyelwa Mbeki (ประธานาธิบดี)
รัฐมนตรีต่างประเทศ
นาง Nkosazana Clarice Dlamini-Zuma
พรรคการเมืองที่สำคัญ
มีพรรคการเมืองที่จดทะเบียนทั้งสิ้น 88 พรรค แต่มีพรรคการเมืองใหญ่ ที่สำคัญ 4 พรรค ได้แก่
1. African National Congress (ANC) พรรคแกนนำรัฐบาล
2. Democratic Alliance (DA) เป็นพรรคการเมืองใหญ่อันดับ 2 และเป็น พรรคฝ่ายค้านในปัจจุบัน สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาว (เกิดจากการรวมตัวของพรรค Democratic Party (DP) และ New National Party (NNP) แต่ต่อมาพรรค NNP แยกตัวออกมาเป็นพันธมิตรกับพรรค ANC)
3. Inkatha Freedom Party (IFP) พรรคการเมืองใหญ่อันดับ 3 สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำ เคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรค ANC มาตั้งแต่ปี 2537 แต่ต่อมาเกิดความขัดแย้งกัน จึงหันมาเป็นพันธมิตรกับพรรค DA
4. New National Party (NNP) แยกตัวออกจากพรรค DA มาเป็นพันธมิตรกับพรรค ANC และเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบัน
สถานการณ์ที่สำคัญ
นโยบายต่างประเทศ
ในด้านนโยบายต่างประเทศนั้น แอฟริกาใต้มีพันธกรณีในการเสริมสร้างสันติภาพ ประชาธิปไตย และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคแอฟริกา ดังนี้
- ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ หลังได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งทั่วไปแบบไม่แบ่งแยกสีผิวเป็นครั้งแรกในปี 2537 นโยบายและรูปแบบการดำเนินความสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศได้รับการปรับโครงสร้างให้มีความเป็นมิตรกับประชาคมระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการยกเลิกนโยบายการกีดกันสีผิว (Apartheid) ซึ่งแอฟริกาใต้ได้พยายามใช้นโยบายต่างประเทศในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรื่องให้เกิดขึ้นภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
- แอฟริกาใต้มีฐานะเป็นผู้นำของกลุ่มประชาคมเพื่อการพัฒนาภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) เนื่องจากต้องการที่จะเป็นประเทศศูนย์กลางในการฟื้นฟูศักยภาพของทวีปแอฟริกาทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ และมีบทบาทสำคัญในการสนุบสนุนการรวมกลุ่มในระดับภูมิภาคและการพัฒนา แอฟริกาใต้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและระงับข้อพิพาทในหลายพื้นที่ในทวีปแอฟริกา เช่น แองโกลา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โมซัมบิก รวันดา บูรุนดี และซิมบับเว ทั้งนี้ แอฟริกาใต้เชื่อมั่นว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้งในทวีปแอฟริกานั้น ควรให้ประเทศในแอฟริกามีบทบาทนำในการเจรจาแก้ปัญหากันเอง
- แอฟริกาใต้ได้แสดงให้ประชาคมระหว่างประเทศเห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนนโยบายการลดและไม่เผยแพร่อาวุธที่มีอำนาจการทำลายล้างสูง อย่างไรก็ดี แม้แอฟริกาใต้จะมิได้มีภัยคุกคามความมั่นคงจากภายนอกและภายในอย่างเด่นชัด แต่แอฟริกาใต้ยังคงเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางการทหารมากที่สุดในภูมิภาคแอฟริกา
- นโยบายต่างประเทศของแอฟริกาใต้มีลักษณะของการทูตเชิงเศรษฐกิจ โดยมุ่งหวังให้ประเทศต่างๆ มองแอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจแบบเสรีที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดี Thabo Mbeki ได้พยายามให้ความสำคัญกับการค้าและการลงทุนจากต่างชาติเพื่อการปรับโครงสร้างภายในประเทศ นอกจากนั้น แอฟริกาใต้ซึ่งมีบทบาทนำในการสนุบสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยได้ให้การรับรองสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนแทนการรับรองไต้หวัน เนื่องจากมองถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ
- แอฟริกาใต้ได้เข้าเป็นสมาชิกและมีบทบาทสำคัญในการรวมกลุ่มระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาคแอฟริกา เช่น การเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพแอฟริกา (African Union - AU) และมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำกองกำลังผสมร่วมกับโมซัมบิกเข้าไปสังเกตการณ์สงครามกลางเมืองในบูรุนดี เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มประชาคมเพื่อการพัฒนาภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) ในปี 2537 ซึ่งได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อองค์การ ทั้งนี้ ก่อนที่แอฟริกาใต้จะเข้าเป็นสมาชิก การค้าขายระหว่างกันของประเทศสมาชิกมีเพียง ร้อยละ 4 ของการค้าขายทั้งหมดของประเทศสมาชิกกับประเทศอื่น แต่เมื่อแอฟริกาใต้เข้าเป็นสมาชิก การค้าขายภายในกลุ่มได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 อย่างไรก็ดี มูลค่าการค้าขายที่เพิ่มขึ้นนั้น มิได้มาจากการค้าขายระหว่างกันของประเทศสมาชิก หากแต่เป็นการค้าขายที่ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศมีกับแอฟริกาใต้ นอกจากนั้น แอฟริกาใต้ยังเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสำคัญๆ ในระดับภูมิภาค เช่น สหภาพศุลการกรแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Customs Union - SACU) ข้อตกลงทางการเงินหลายฝ่าย (Multilateral Monetary Agreement - MMA) และ ตลาดร่วมสำหรับแอฟริกาตะวันออกและตอนใต้ (Common Market for Eastern and Southern Africa - COMESA)
- ในขณะนี้ แอฟริกาใต้เป็นหนึ่งในประเทศในภูมิภาคแอฟริกาที่ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกถาวรของ UNSC และล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2549 แอฟริกาใต้ได้รับเลือกจากที่ประชุมสมัชชาองค์การสหประชาชาติให้เป็นสมาชิกไม่ถาวรของ UNSC ในฐานะตัวแทนของกลุ่มแอฟริกาวาระปี 2550-2551
เศรษฐกิจการค้า
ลักษณะโดยทั่วไป
แอฟริกาใต้มีระบบเศรษฐกิจแบบเสรี และมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าที่สุดประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา ลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งคือมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว (First World) ควบคู่ไปกับโครงสร้างของเศรษฐกิจที่ด้อยพัฒนา (Third World) ในชุมชนของคนผิวดำ พื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ คือ อุตสาหกรรมการผลิตแร่และการเกษตร ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การเกษตรเป็นสาขาที่ทำรายได้มากที่สุด แต่ปัจจุบันสาขาอุตสาหกรรมได้ขยายตัวขึ้น และทำรายได้มากที่สุด แต่การผลิตแร่ก็ยังมีความสำคัญในการส่งออก และสินค้าอุตสาหกรรมหลายอย่างเป็นผลผลติที่ใช้วัตถุดิบจากแร่ธาตุ
รัฐบาลแอฟริกาใต้ภายใต้การนำของประธานาธิบดีแมนเดลาได้ประกาศนโยบายหลัก ซึ่งเน้นในแผนงาน Reconstruction and Development Programme (RDP) อันเป็นโครงการระยะ 5 ปี ในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (ระหว่างปี พ.ศ. 2537 –2542) โครงการสำคัญที่ได้ดำเนินการ ได้แก่ โครงการสาธารณูปโภคต่าง ๆ อาทิ การจัดหาประปา ไฟฟ้า ที่อยู่อาศัย การสาธารณสุขและสวัสดิการสำหรับคนพิการและคนสูงอายุ การให้การอุดหนุนการศึกษาในภาคบังคับและการสร้างงาน ฯลฯ
ทรัพยากร แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่อุดมด้วยทรัพยากรแร่ธาตุต่าง ๆ และเป็นประเทศผู้ผลิตทางคำรายใหญ่ที่สุดของโลก แร่ธาตุหลายอย่างในแอฟริกาใต้ถือเป็นแหล่งแร่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ ทองคำ, Chromium, Flurospar, Manganese และ Vanadium ส่วนผลผลิตแร่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ เพชร, Platinum, Iron ore, Uranium, Asbestos, Alumino-Silicates, Antemone, Zirconium, Tritatium ส่วนพลังงาน แอฟริกาใต้ผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้พลังงานจากถ่านหินและใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมและในการทำความร้อน แอฟริกาใต้นำเข้าน้ำมันบ้าง แต่สามารถผลิตน้ำมันจากถ่านหินได้เองด้วย และกำลังทำการสำรวจก๊าซธรรมชาติอยู่ในด้านทรัพยากรแรงงาน แอฟริกาใต้ขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือแรงงานส่วนใหญ่ที่มีเป็นแรงงานที่ไร้ฝีมือ
อุตสาหกรรม ผลผลิตด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุปกรณ์ด้านการขนส่ง และอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักร แก้ว กระดาษ และสิ่งพิมพ์ สิ่งทอ เสื้อผ้าและเครื่องหนัง อุตสาหกรรมไม้และผลผลิตจากไม้ นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังมีอุตสาหกรรมผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วย
การเกษตร แอฟริกาใต้มีพื้นที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกเพียงร้อยละ 15 ผลผลิตการเกษตรขึ้นกับดินฟ้าอากาศเป็นสำคัญ แอฟริกาใต้ประสบภาวะแห้งแล้งมาหลายปี เนื่องจากปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอทำให้ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เพิ่งจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2537 ผลผลิตการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวสาลี อ้อย ผลไม้ประเภทองุ่น ส้ม ผักสด ปศุสัตว์ และสัตว์ปีก เนื้อแกะ แพะ นม ไข่ ขนสัตว์
สถานการณ์เศรษฐกิจ
- แอฟริกาใต้มีบทบาทนำทางการเมืองในภูมิภาคแอฟริกาและเวทีการเมืองเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แอฟริกาใต้มีระบบเศรษฐกิจแบบเสรี และมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าที่สุดประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา โดยมีลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ มีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว (First World) ควบคู่ไปกับโครงสร้างของเศรษฐกิจที่ด้อยพัฒนา (Third World)
- แอฟริกาใต้มีรายได้หลักจากการค้า เพชรพลอย แร่โลหะ เครื่องจักรกล ชิ้นส่วน
เครื่องจักรกล สินค้าเหมืองแร่หลักของแอฟริกาใต้คือ แพลตินั่ม ทองคำ ถ่าน เพชร แร่เหล็ก และแมงกานีซ ในขณะที่ภาคเกษตรกรรมและเหมืองแร่ยังคงเป็นภาคการผลิตที่เป็นแหล่งจ้างงานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ สินค้าเกษตรที่สำคัญของแอฟริกาใต้คือ ข้าวโพดและอ้อย และสินค้าส่งออกที่สำคัญของแอฟริกาใต้คือ ไวน์ ผลไม้คุณภาพสูง และเนื้อนกกระจอกเทศ
- ค่าเงินแรนด์ ในปี 2547 เงินสกุลแรนด์เมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์แข็งตัวขึ้น ร้อยละ 18 โดยเพิ่มขึ้นจาก 6.9 แรนด์ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมกราคม 2547 เป็น 5.61 แรนด์ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐในเดือนธันวาคม 2547 ซึ่งเป็นระดับที่เงินแรนด์แข็งตัวที่สุดในรอบ 6 ปี และเป็นเงินสกุลต่างประเทศที่แข็งตัวที่สุดเป็นลำดับที่สองของโลก รองจากเงิน Zloty ของโปแลนด์ เหตุผลหลักที่ทำให้เงินแรนด์แข็งตัวขึ้นคือ การอ่อนตัวลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับเงินยูโร และการที่สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของแอฟริกาใต้ (คิดเป็นประมาณร้อยละ 40 ของปริมาณการค้าต่างประเทศทั้งหมดของแอฟริกาใต้) ดังนั้น เมื่อเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ก็ส่งผลให้ค่าเงินแรนด์แข็งค่าขึ้นตามไปด้วย ผู้บริหารของแอฟริกาใต้ส่วนใหญ่ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ และผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติมีความเห็นว่า การที่ค่าเงินแรนด์แข็งตัวสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจแอฟริกาใต้มีความเห็นว่า เงินแรนด์ที่แข็งค่าขึ้นเป็นผลเสียต่อภาคอุตสาหกรรม การส่งออก และการจ้างงานในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหมืองแร่และสิ่งทอ
นักเศรษฐศาสตร์แอฟริกาใต้บางท่านมีความเห็นว่า ค่าเงินแรนด์ที่แข็งค่าขึ้น เป็นผลจากเงินลงทุนต่างประเทศ (capital inflows) ซึ่งหากมีการถอนเงินลงทุนกลับประเทศเมื่อไร ก็อาจเกิดวิกฤตการณ์ค่าเงินแรนด์ได้ทุกเมื่อ เหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 2544 ซึ่งค่าเงินแรนด์ลดลงต่ำที่สุดถึงระดับ 14 แรนด์ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ นักเศรษฐศาสตร์
- การเติบโตทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจของแอฟริกาใต้มีความแข็งแกร่งและเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ (ประมาณร้อยละ 2-3) รัฐบาลมีนโยบายเน้นส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะในการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน ขยายและเพิ่มโครงการด้านสาธารณูปโภค ส่งเสริมการลงทุน เพิ่มการจ้างงาน 1 ล้านคน ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ลดอัตราว่างงานและความยากจนลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2557 กระตุ้นเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตถึงร้อยละ 6 ในปี 2553 ปรับปรุงระบบอนามัย ปราบปรามปัญหาอาชญากรรมและปัญหาการทุจริต รวมถึงการต่อสู้กับปัญหา HIV/AIDS
- เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ในปี 2547 ทางการแอฟริกาใต้ได้สามารถควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับเป้าหมาย คือ อยู่ในช่วงระหว่างร้อยละ 3-6 ปัจจัยที่ส่งผลให้เงินเฟ้อในปี 2547 อยู่ในระดับต่ำก็คือ การแข็งตัวของเงินแรนด์ สำหรับอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี โดยอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ให้กู้แก่ประชาชน (prime rate) เท่ากับร้อยละ 11 และอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารแห่งชาติให้กู้แก่ธนาคารพาณิชย์ (repo rate) เท่ากับร้อยละ 7
- ดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลบัญชีเดินสะพัดได้ขาดดุลเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2 ของ GDP ในช่วงไตรมาสที่ 1 เป็นร้อยละ 3.5 ของ GDP ในช่วงไตรมาสที่ 2 และลดลงเหลือร้อยละ 2.5 ของ GDP ในไตรมาสที่ 3 โดยแอฟริกาใต้ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาสที่ 3 คิดเป็น 35 พันล้านแรนด์ ปัจจัยหลักที่ทีทำให้แอฟริกาใต้ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด คือ การแข็งตัวของค่าเงินแรนด์ ซึ่งส่งผลให้สินค้าส่งออกมีราคาสูงขึ้น และสินค้านำเข้ามีราคาลดลง
- การค้าต่างประเทศ มูลค่าการค้าปี 2549 ประมาณ 133,598 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่งออก 63,904 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 69,694 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เสียเปรียบดุลการค้า 5,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2549)
- ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ส่งออกไป สหรัฐฯ 10.1% สหราชอาณาจักร 9.1% ญี่ปุ่น 8.8% เยอรมนี 7.5% นำเข้าจาก เยอรมนี 13.5% สหรัฐฯ 8.2% สหราชอาณาจักร 7.2% ญี่ปุ่น 6.5% (2549)
ผู้แทนทางการทูต
ฝ่ายไทย
เอกอัครราชทูตประจำแอฟริกาใต้ คือ นายโดมเดช บุนนาค (H.E. Mr. Domedej Bunnag)
ที่อยู่ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย
Royal Thai Embassy
428 Pretorius/Hill Street
Arcadia, Pretoria 0083
P.O. Box 12080
Hatfield, Pretoria 0028
Tel. (27-12) 342-1600, 342-4516,
342-4600, 342-4506, 342-5470
Fax. (27-12) 342-4805, 342-3986
E-mail : info@thaiembassy.co.za
Consular Info : visa@thaiembassy.co.za
Trade Info : trade@thaiembassy.co.za
Technical : webmaster@thaiembassy.co.za
Website : http://www.thaiembassy.co.za
ฝ่ายแอฟริกาใต้
เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทยคือ H.E.Ms.Pearl Nomvume Magaqa
ที่อยู่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย
The Embassy of the Republic of South Africa
12 A Floor, M-Thai Tower
All Season Place
87 Wireless Road,
Lumphini, Pathum Wan,
Bangkok 10330
Tel. 0-2250-9012-4
Fax. 0-2685-3500
E-mail: saembbkk@loxinfo.co.th
Website: www.saembbangkok.com