เอเชีย

ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น:
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการท่องเที่ยวภายใน ญี่ปุ่น
กรุณากดที่แต่ละหัวข้อเพื่อขยายหรือย่อข้อมูลแต่ละส่วน

เงินตรา/บัตรเครดิต

เงินตรา/บัตรเครดิต

สกุลเงิน   สกุล เงินญี่ปุ่น คือ เงินเยน ในท้องตลาดใช้ได้แต่เงินเยนเท่านั้น ดอลล่าร์สหรัฐแลกได้ตามธนาคาร และโรงแรม (อัตราแลกเปลี่ยน 100 เยน ประมาณ 30-32 บาท)

เครดิต การ์ด  สามารถใช้ได้ตามโรงแรม, ห้างสรรพสินค้าในเมืองใหญ่, ร้านค้า และร้านอาหารใหญ่ๆ

เวลา

ประเทศญี่ปุ่นเวลาเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

เอกสารการขอวีซ่า

เอกสารการขอวีซ่า

ระเบียบการขอวีซ่าประเภทการพำนักระยะสั้น เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมเพื่อน หรือคนรู้จัก

1.หนังสือเดินทาง (ในวันยื่นขอวีซ่ามีอายุใช้งานเหลืออย่างน้อย 6 เดือนและมีหน้าว่าง ที่ไม่มีตราประทับมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงด้วย)

2.ใบคำร้องขอวีซ่า ( แบบฟอร์มของสถานฑูตฯ )

3.รูปถ่าย (ขนาด 2 x 2 นิ้ว สีหรือขาวดำ ที่มีพื้นหลังเป็นสีอ่อน ไม่มีลวดลาย ไม่มีการแต่งภาพถ่าย จะต้องเป็นรูปถ่ายที่ชัดเจนและถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน)

4.แบบสอบถามเพื่อการยื่นขอวีซ่า ( ภาษาอังกฤษ ) ( ภาษาไทย )
(กรุณากรอกโดยเลือกตามวัตถุประสงค์ที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และลงลายเซ็นตามหนังสือเดินทาง)

5.ทะเบียนบ้าน ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด

6.ในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นพนักงานหรือข้าราชการ ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานที่สังกัด (ให้ระบุตำแหน่ง, วันเริ่มทำงาน, อัตราเงินเดือน และระยะเวลาวันลาพักร้อน)

- ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ให้แสดงหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์ ในกรณีนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ให้แสดงหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา และหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนการค้าของผู้อุปการะ ในกรณีผู้อยู่ภายใต้อุปการะเลี้ยงดู เช่น แม่บ้านที่ไม่ได้ทำงาน ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนการค้าของผู้อุปการะ

เอกสารทุกอย่างจะต้องออกไม่เกิน 3 เดือน, ในกรณีที่ผู้ยื่นไม่มีอาชีพ หรือประกอบอาชีพที่ไม่สามารถแสดงหนังสือรับรองการทำงาน หรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนการค้าได้กรุณาทำหนังสืออธิบายอาชีพและรายได้ โดยละเอียด)

7.ผู้ที่เดินทางเป็นครั้งแรก หากเคยเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล หรือผู้ที่ได้เปลี่ยนชื่อตัวหรือสกุลหลังจากเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งที่แล้ว ให้เตรียมเอกสารแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว-สกุลเช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล, ใบสำคัญการสมรส, ใบสำคัญการหย่า

8.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร(ของผู้ยื่นคำร้องหรือของผู้อุปการะ) ฉบับจริงและสำเนา(ทุกหน้า)1 ชุด
(ใช้สำหรับยื่นในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย ตัวเอง ยกเว้นสำหรับผู้ยื่นที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานบริษัทที่จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งมีอัตราเงินเดือนตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไปและสามารถตรวจสอบได้จากหนังสือรับรองการทำงาน ไม่ต้องยื่นสมุดบัญชีธนาคาร ทั้งนี้รวมถึงการยื่นสำหรับครอบครัวในความอุปการะของบุคคลดังกล่าวด้วย)

หมายเหตุ :

  1. หากเอกสารที่เตรียมมาไม่ครบถูกต้องตามระเบียบที่ได้ระบุไว้ข้างต้น กรุณารับทราบด้วยว่าทางสถานทูตจะไม่สามารถรับคำร้องขอวีซ่าได้
  2. รับคำร้องขอวีซ่า ระหว่างเวลา 08.30 – 11.15 น. ที่ช่องหมายเลข 1 และ 2
  3. สำหรับวันและเวลาในการคืน หนังสือเดินทาง (การฟังผลวีซ่า) สถานทูตจะให้ใบนัดฟังผลในวันที่ยื่นคำร้อง กรุณาตรวจยืนยันวันที่คืนหนังสือเดินทางตามที่ระบุไว้ในใบนัดฟังผล โดยที่สถานทูตจะคืนหนังสือเดินทางให้ใช้เวลาเร็วที่สุดคือ อีกสองวันทำการถัดไปนับจากวันที่ยื่นคำร้อง ในเวลา 13.30-16.00 น. ในกรณีที่ได้รับการอนุมัติ วีซ่าจะติดในหนังสือเดินทางสำหรับผู้ยื่นที่ทางเจ้าหน้าที่คิดว่าอาจใช้เวลา พิจารณามากกว่าสองวันทำการถัดไป เช่น ผู้ที่เดินทางไป ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก หรือตามวัตถุประสงค์ในการเดินทาง หรือแล้วแต่ถานการณ์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งในบางกรณีอาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติม, การสัมภาษณ์ผู้ยื่นขอวีซ่า หรือมีความจำเป็นต้องตรวจสอบไปยังกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ทางสถานทูตจะให้ใบนัดฟังผลและระบุว่าให้รอ [ทางสถานทูตจะติดต่อทางโทรศัพท์ให้มาฟังผลในภายหลัง] ซึ่งกรณีเช่น นี้อาจจะไม่สามารถพิจารณาวีซ่าได้ทันตามกำหนดการเดินทางที่ต้องการ ฉะนั้นกรุณายื่นขอวีซ่าล่วงหน้าหลายๆวันก่อนการเดินทาง กรณีที่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากสถานทูตญี่ปุ่นหลังจากที่ยื่นวีซ่าไปแล้ว เป็นเวลามากกว่า 1 สัปดาห์ ผู้ยื่นสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ โดยให้แจ้งหมายเลขใบนัดฟังผล(ตัวอักษรภาษาอังกฤษกับตัวเลข5หลัก) และหมายเลขบาร์โค้ด (ตัวเลข8หลัก) อนึ่งกรุณารับทราบด้วยว่าการพิจารณาออกวีซ่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองวัน ทำการ จึงไม่สามารถออกวีซ่าให้ได้เร็วกว่านี้ตามคำร้องขอเป็นกรณีพิเศษ

โทรศัพท์

โทรจากประเทศไทย ไปญี่ปุ่น

โทรจากเครื่องโทรศัพท์ของ True กด 009-81-รหัสเมือง-เบอร์โทรศัพท์

โทรจากเครื่องขององค์การโทรศัพท์ กด 001-809-81-รหัสเมือง-เบอร์โทรศัพท์

โทรจากมือถือทุกระบบ กด 009-81-รหัสเมือง-เบอร์โทรศัพท์  (อัตราค่าบริการนาทีละ 7 บาท)

โทรกลับประเทศไทยโดยบัตรโทรศัพท์ มีขายทั่วไปตามเคาน์เตอร์โรงแรม, ซุปเปอร์มาร์เก็ต

และสถานที่ท่องเที่ยวราคาเริ่ม 1,000 เยน

กรุงเทพฯ : 001-010-662-หมายเลขโทรศัพท์เจ็ดหลัก

ต่างจังหวัด : 001-010-66 ตามด้วยรหัสเมืองโดยตัดศูนย์ออก-หมายเลขโทรศัพท์หกหลัก

โทรภายในญี่ปุ่น : รหัสเมือง / มือถือ - หมายเลขโทรศัพท์

 

ระบบ GSM สำหรับท่านที่ต้องการนำโทรศัพท์มือถือไปจากประเทศไทย

ต้องนำเครื่องไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการ AIS (ขาเข้า) ชั้น 2 สนามบินสุวรรณภูมิ

(เปิด ตลอด 24 ชม.) โดยสามารถจองเครื่องได้ 7 วันก่อนการเดินทาง และรับเครื่องได้ 1 วันก่อนการเดินทาง ซึ่งต้องวางเงินมัดจำ หรือวางมัดจำด้วยบัตรเครดิต เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท (หมายเลยศูนย์ที่ติดต่อ 089-814-7500) ซึ่งท่านต้องเปิดใช้บริการโทรข้ามแดนจากเครือข่ายโทรศัพท์ของท่าน

ใช้โทรกลับประเทศไทย

โทรเข้าเครื่องมือถือเหมือนกัน กด +66-รหัสมือถือตัด 0 ออก-เบอร์โทรศัพท์

โทรเข้าเครื่องโทรศัพท์ธรรมดา กด+66-รหัสจังหวัดตัด 0 ออก-เบอร์โทรศัพท์

(อัตราค่าบริการ นาทีละ 100 บาท)

ใช้รับเข้าจากประเทศไทย

- บุคคลอื่นที่ต้องการติดต่อท่านในระหว่างเดินทางอยู่ประเทศญี่ปุ่น สามารถกดโทรศัพท์ปกติ คือ รหัสมือถือ-เบอร์โทรศัพท์ของท่าน (ค่าบริการ ผู้โทรเสียอัตราปกติของระบบโทรศัพท์นั้นในประเทศไทย ที่ญี่ปุ่น ผู้รับเสียนาทีละ 25 บาท)

-ใช้โทรหาเบอร์ในประเทศญี่ปุ่น(ขณะอยู่ที่ญี่ปุ่น)อัตราค่าบริการ นาทีละ 20.82-50.89 บาท

-รับ-ส่งข้อความ SMS การส่งข้อความกลับเมืองไทย (อัตราค่าบริการ ข้อความละ 13.51-16.10 บาท)ส่วนการรับข้อความที่ส่งจากเมืองไทย ไม่เสียค่าบริการใดๆ

 โทรจากญี่ปุ่น กลับประเทศไทย โดยใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ

ระบบ DTAC เช่น เดียวกันให้นำเครื่องไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการ และขอเปิดใช้บริการโทรข้ามแดน ล่วงหน้าก่อน 7 วัน ต้องนำเครื่องไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการ DTAC SHOP ชั้น 2 (ขาเข้า) ประตู หมายเลข 7 สนามบินสุวรรณภูมิ (เปิดตลอด 24 ชม.) โดยสามารถจองและรับเครื่องได้ภายใน 24 ชม. โดยต้องวางมัดจำด้วยบัตรเครดิต เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท หรือเงินสด เป็นจำนวนเงิน 15,000 บาท ซึ่งท่านต้องแจ้งเปิดใช้บริการโทรข้ามแดนจากเครือข่ายโทรศัพท์ของท่าน

ใช้โทรกลับประเทศไทย

โทรเข้าเครื่องมือถือเหมือนกัน กด +66-รหัสมือถือตัด 0ออก-เบอร์โทรศัพท์

โทรเข้าเครื่องโทรศัพท์ธรรมดา กด+66-รหัสจังหวัดตัด 0 ออก-เบอร์โทรศัพท์

(อัตราค่าบริการ นาทีละ 87.41-102.68 บาท)

ใช้รับเข้าจากประเทศไทย

- บุคคลอื่นที่ต้องการติดต่อท่านในระหว่างเดินทางอยู่ประเทศญี่ปุ่น สามารถกดโทรศัพท์ปกติ คือ รหัสมือถือ-เบอร์โทรศัพท์ของท่าน(ค่าบริการ ผู้โทรเสียอัตราปกติของระบบโทรศัพท์นั้นในประเทศไทย ที่ญี่ปุ่น ผู้รับเสียนาทีละ 25 บาท)

- ใฃ้โทรหาเบอร์ในประเทศญี่ปุ่น(ขณะอยู่ที่ญี่ปุ่น)อัตราค่าบริการ นาทีละ 20.82-50.89 บาท

-รับ-ส่งข้อความ SMS การส่งข้อความกลับเมืองไทย (อัตราค่าบริการ ข้อความละ 13.51-16.10 บาท)ส่วนการรับข้อความที่ส่งจากเมืองไทย ไม่เสียค่าบริการใดๆ

ไฟฟ้า

ญี่ปุ่นใช้กระแสไฟฟ้า 110 โวลต์ (ประเทศไทย 220 โวลต์) (เป็นปลั๊กสองขาแบน) โรงแรมส่วนใหญ่มีบริการเครื่องแปลงไฟสำหรับเครื่องโกนหนวด และเครื่องเป่าผม)(ควรนำหัวต่อปลั๊กแบบแบนไปเอง เนื่องจากทางโรงแรมอาจมีไว้ให้บริการไม่เพียงพอ)

ภูมิอากาศ

อากาศค่อนข้างหนาวจัดทางภาคเหนืออากาศอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิแถบตะวันออกและตะวันตก
อากาศค่อนไปทางเขตร้อนทางภาคใต้ฤดูฝนราวกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม
อากาศเย็นสบายในฤดูใบไม้ร่วงทางแถบตะวันออก เฉียงเหนือและภาคกลาง

ระเบียบศุลกากร

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น จะพิจารณาให้เฉพาะ “นักท่องเที่ยว” ที่มาเที่ยวโดยสุจริตเท่านั้น  ที่ผ่านเข้าเมืองได้ และอาจต้องพิจารณาประกอบกับหลักฐานเพิ่มเติม อาทิ บัตรประชาชน, บัตรพนักงาน หรือเครดิตการ์ด เป็นต้น ...

(ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าทัวร์ทั้งหมด สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ หรือค่าทัวร์บางส่วนสำหรับ

ผู้ที่เปลี่ยนแปลงรายการการท่องเที่ยวขณะเดินทาง)

การนำเข้าสิ่งของโดยปลอดภาษี ... ทางด่านศุลกากรอนุญาตให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ 3 ขวด, บุหรี่ 2 ห่อ หรือประมาณ400 มวน, ยาสูบ 500 กรัม หรือซิการ์ 100 มวน , น้ำหอม 2 ออนซ์, ของกำนัลตลอดจนของที่ระลึก มูลค่าไม่เกิน 2แสนเยนมิฉะนั้น ต้องเสียภาษี (สำหรับบุคคลที่อายุยังไม่ถึง 19ปี และอายุเพียง 19 ปี ไม่อนุญาตให้นำเข้าบุหรี่หรือเครื่องดื่มมีแอลกอฮอร์) ส่วนระเบียบเกี่ยวกับอนามัยพืช ผลไม้ อาหารต่างๆ ห้ามนำเข้าทั้งสิ้น !!!

กรมการตรวจคนเข้าเมืองประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มใช้ระบบใหม่ ในการตรวจคนเข้าเมือง

ตามขั้นตอนดังนี้

1.เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่จะอ่านบันทึกลายนิ้วมือด้วยอุปกรณ์พิเศษ

2.พร้อมถ่ายรูปหน้าตรง

3.จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะทำการพิจารณา และซักถามข้อมูล

** ในกรณีชาวต่างชาติซึ่งไม่อยู่ตามเงื่อนไขที่ได้รับการยกเว้นการตรวจสอบดังกล่าวข้างต้น และหากปฏิเสธการอ่านลายนิ้วมือพร้อมการถ่ายรูปแล้ว เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้ผู้นั้นเข้าประเทศญี่ปุ่นและผลักดันให้กลับประเทศ **

ยกเว้นสำหรับชาวต่างชาติที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ข้างล่างนี้

1. บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้พำนักถาวรเป็นกรณีพิเศษ

2. บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี

3.บุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่โดยได้รับการรับรองสถานภาพการพำนักในฐานะนักการทูตและข้าราชการ

4.บุคคลที่ได้รับการเชิญจากหน่วยงานราชการในประเทศญี่ปุ่น

5.บุคคลที่ได้รับการพิจารณาว่ามีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับบุคคลในข้อ(3)และ(4) ตามกฎระเบียบ กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น

 

ผู้โดยสารกรุณาเตรียมสัมภาระก่อนเดินทางออกจากสนามบินทั้งไทยและญี่ปุ่น

1. นำสัมภาระที่เป็นของเหลวใส่ในกระเป๋าใบใหญ่เพื่อ Load ขึ้นเครื่อง

2. ของเหลวที่อนุญาตให้ถือขึ้นเครื่อง ได้แก่ ยา,นมสำหรับเด็กทารก,ครีม หรืออื่นๆที่จำเป็น ระหว่างการเดินทาง (ต้องบรรจุถุงพลาสติก เตรียมไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจ)

3. กรุณาถอดเสื้อคลุม และอุปกรณ์อิเลคทรอนิก ทุกชนิด ใส่ถาดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่อง

ข้อบังคับในการนำของเหลวขึ้นเครื่อง

1. นำของเหลวทั้งหมด เช่น น้ำหอม โลชั่น ครีมทาผิว เจลใส่ผม ยาสีฟัน โฟม ลิปกลอส สเปรย์  ฯลฯ แพ็กลงในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่โหลดเข้าใต้ท้องเครื่องให้หมด ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดความล่าช้าในการผ่านการตรวจที่ด่าน

2. สำหรับบางคนที่มีความจำเป็นต้องการใช้ของเหลวบางอย่างบนเครื่อง โดยเฉพาะในการเดินทางไกล เช่น ยาน้ำ น้ำยาล้าง คอนแท็กเลนส์ เครื่องสำอาง รวมทั้งพิมเสนน้ำหรือยาหม่อง สามารถนำขึ้นเครื่องได้ แต่ต้องนำของเหลวที่จะนำติดตัวไปด้วยทุกชิ้น (ไม่จำกัดจำนวน แต่ถุงต้องปิดสนิท) บรรจุลงในถุงพลาสติกใสที่ปากเป็นซิปล็อก (ต้องเป็นถุงซิปล็อกเท่านั้น)

3. สำหรับขวด กระปุก หรือหลอดทุกชิ้น จะต้องมีขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตร หรือ 3 ออนซ์ยาสีฟันหลอดใหญ่ที่ม้วนพับจนเหลือต้นหลอดไม่อนุญาตให้นำขึ้นบนเครื่อง

4. สำหรับอาหารของเด็กและผู้ป่วยรวมทั้งยา ถ้าจำเป็นจะต้องนำของเหลวที่มีขนาดเกิน 100 มิลลิลิตร ติดตัวขึ้นเครื่อง ในบางกรณีจะมีการอนุโลมผ่อนผันให้ แต่จะต้องนำของไปแสดงที่ด่านตรวจก่อน และขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ของทางด่านตรวจว่าจะอนุญาตหรือไม่

5. เมื่อผ่านด่านตรวจรักษาความปลอดภัยก่อนเข้าเขตผู้โดยสารขาออก จะต้องนำถุงซิปล็อกใส่ของเหลวออกมาจากกระเป๋าถือ และแยกใส่ในถาดต่างหาก เพื่อผ่านการเอ็กซ์เรย์

สถานที่ท่องเที่ยว

ข้อมูลของแต่ละเมืองในญี่ปุ่น
ฮอคไกโด HOKKAIDO
ดินแดนโรแมนติคทางเหนือซึ่งประดับประดา
ด้วยความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

ฮอคไกโดเกาะทางเหนือของญี่ปุ่นเป็นอาณบริเวณใหม่ซึ่งเพิ่งเปิดสู่ภายนอกอย่างเต็มที่เมื่อ140 ปีที่แล้วอยู่ในบริเวณซึ่งมีอุณภูมิต่ำติดลบในฤดูหนาวอย่างไรก็ตามมันยังคงเหลือสภาพธรรมชาติที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับบรรยากาศการอิสระกลางแจ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอคไกโดได้ ดินอันอุดมสมบูรณ์แวดล้อมไปด้วยทะเลสามารถผลิตอาหารได้มากมายทำให้ฮอคไกโดถูกเรียกว่า "ขุมสมบัติของอาหาร" มีเมืองที่สำคัญ


คือซัปโปโล :ศูนย์กลางทางการเมืองเศรษฐกิจและวัฒนธรรมโอทารุและฮะโคดะเทะ :เมืองท่าซึ่งเป็นศูนย์กลางในสมัยบุกเบิก

โทะคะฉิ: แหล่งผลิตน้ำนมและขนมปังที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

ฟุระโน่: บริเวณซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามเนื่องจากอยู่ติดกับภูเขาไทเซะทสึซังในตอนกลางของฮอคไกโด ทางตะวันออกและเหนือมีคุชิโระซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ลุ่มชื้นล้อมรอบด้วยทะเลสาบ อะบะชิริซึ่งสามารถชมทิวทัศน์ของทะเลโอฮอทได้


ซับโปโลSapporoซับโปโลเป็นเมืองศูนย์กลางของฮอคไกโดมีประชากรประมาณ 1,800,000 คนเมืองมีศูนย์กลางคือ"สวนสาธารณะโอโดริ" ซึ่มีหอคอยโทรทัศน์อยู่"ซูซูกิโนะ"เป็นแหล่งบันเทิงที่สำคัญประกอบด้วยร้านอาหารกว่า4,000 ร้านและหอคอยนาฬิกาและศาลาว่าการฮอคไกโดเก่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัยบุกเบิก นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาที่นี่ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆๆปี เพื่อชม"เทศกาลหิมะ"ซึ่งรูปปั้นหิมะของสถานที่สำคัญทั่วโลกและตัวการ์ตูนถูกจัดทำขึ้น
โอทารุ/ฮะโคดะเทะ  Otaru / Hakodate โอทารุเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นเมืองค้าขายในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 โอทารุยังมี "คลองโอทารุ"เป็นโบราณสถานแสดง
ให้เห็นความรุ่งเรืองในสมัยบุกเบิกและมีถนนร้านซูชิที่ซึ่งสามารถลิ้มลองซูชิที่สดที่สุดในโลกได้ ที่เล่นสกีทีใหญ่ที่สุดในฮอคไกโด "สกีรีสอร์ททนิเซะโคะฮิระฟุ"ก็อยู่ที่ส่วนกลางของฮอคไกโดด้วย " ฮะโคดะเทะ"
เป็นเมืองท่าแห่งแรกของญี่ปุ่นตามสนธิสัญญาสัมพันธมิตรระหว่างอเมริกา และญี่ปุ่นในปี 1854 ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของฮะโคดะเทะได้รับการยกย่องว่าเป็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงามหนึ่งในสามของโลก
ร่วมกับเนเปิ้ลส์และฮ่องกง
ไทเซะทสึ / ฟุระโน่ Taisetsu / Furanoทิวทัศน์อันตระการตาของเทือกเขาโทคะ "ฉิและภูเขาไทเซะทสึ"ซึ่งสูงกว่า 2,000 เมตรสามารถชมได้จากฟาร์ม ฟาร์มโคนมและที่ชมวิวกลางฟุระโน่ซึ่งอยู่ที่ส่วนกลางของฮอคไกโด ฟุระโน่มีชื่อเสียงด้านดอกลาเวนเดอร์ซึ่งบานช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม โซอุนเคียวเป็นรีสอร์ทน้ำพุร้อนซึ่งอยู่ที่เชิงเขาของภูเขาไทเซะทสึซึ่งเป็นหุบเขามีหน้าผาชันทั้งสองด้านซึ่งมีคุณค่าที่จะไปเยี่ยมชมทุ่งลาเวนเดอร์ในฟุระโน่
ทางตะวันออกและเหนือของฮอคไกโด Eastern and Northern Hokkaido
คุชิโระเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางของฝั่งตะวันออกของฮอคไกโดมีอุตสาหกรรมประมงเป็นหลัก "ที่ลุ่มชื้นคุชิโระ" เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่มีพื้นที่กว่า 26,861 เฮคเตอร์และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ มากมายรวมถึงนกกระเรียนญี่ปุ่นซึ่งเป็นสัตว์อนุรักษ์ด้วย ยังมีทะเลสาบที่สวยงามเช่น "อะบะชิริ" เป็นเมืองซึ่งอยู่ติดกับทะเลโอฮอทและเป็นสถานที่เดียวในญี่ปุ่นซึ่งสามารถชมชมทัศนียภาพของก้อนน้ำแข็งในทะเลได้ ที่ที่อยู่ติดกันคือทุ่งหญ้าชายฝั่งทะเลที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น "สวนดอกไม้ธรรมชาติวัคคะ" ชิเระโทโคะเป็นที่รู้จักในด้านสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันสวยงามที่ยังไม่เสื่อมโทรม

"ชุมชนไอนุ" ที่ใหญ่ที่สุดในฮอคไกโดอยู่ที่แหล่งน้ำพุร้อนที่ทะเลสาบอะคันที่ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวท้องถิ่นของฮอคไคโด, ชาวไอนุ,ซึ่งรวมตัวกันอยู่บริเวณแถบนี้

โทโฮะค TOHOKU ทัศนียภาพและภูมิประเทศที่ชวนให้หลงใหลสร้างความอบอุ่นให้กับนักท่องเที่ยวสภาพภูมิอากาศที่ไม่เหมือนใครของเขตโทโฮะคุเกิดจากสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนของพื้นที่ การรักท้องถิ่นของคนในท้องที่สามารถเห็นได้จากบรรยากาศอันอบอุ่นและความนิยมของ "เทศกาล"โฮะคุยัง เป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในช่วงฤดูร้อนทุ่งนาที่เรียงกันสวยงามก่อให้เกิดทัศนียภาพที่งดงามอย่างยิ่ง ทางเหนือของโทโฮะคุเป็นพื้นที่เหนือสุดของเกาะฮอนชู ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด : อะโอโมริ, อะคิตะ และอิวะเทะ พื้นที่นี้อุดมไปด้วยธรรมชาติรวมถึงป่าชั้นหนึ่งซึ่งเป็นมรดกโลกด้วย ทางตอนใต้ของโทโฮะคุ
ประกอบด้วยเซนไดซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโทโฮะคุซึ่งถูกเรียกว่า"เมืองหลวงป่าไม้" และฟุคุชิม่าซึ่งมีเมืองไอซุวะคะมัตสึ, เมืองเก่าที่รุ่งเรืองในอดีต ตั้งตระหง่านเหนือภูเขาบันได

ทางเหนือของโทโฮะคุ North Tohoku เป็นพื้นที่เหนือสุดของเกาะฮอนซูครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด: อะโอโมริ, อะคิตะและ อิวะเทะ บรรยากาศของเมืองปราสาทเก่ายังคงหลงเหลืออยู่ที่ฮิโรซาคิที่ซึ่งมี "ปราสาทฮิโรซาคิ"หนึ่งในสมบัติทางวัฒนธรรมแห่งชาติที่สำคัญ"เทือกเขาซิราคามิ" ซึ่งทอดตัวเป็นแนวยาวขนานไปกับจังหวัดอะโอโมริและอะคิตะได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกและมีชื่อเสียงในฐานะป่าชั้นหนึ่งซึ่งมีต้นบีซขนาดใหญ่ซึ่งหาดูได้ยาก โทโฮะคุยังเต็มไปด้วยทัศนียภาพที่งดงามและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เช่น "ทะเลสาบโทวาดะ" ในจังหวัดอะโอโมริซึ่งเกิดจากหลุมที่ปล่องภูเขาไฟสองหลุม และ "น้ำพุร้อนซุคายุ" ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่มีประวัติศาสตร์

เซนได / มัตสึชิม่า Sendai / Matsushima จังหวัดมิยากิเป็นศูนย์กลางทางด้านการทหารและการเมืองของเขตโทโฮะคุตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 8 เมืองศูนย์กลาง "เซนได" เป็นเมืองสมัยใหม่ที่เป็นตัวแทนของเขตโทโฮะคุ ดาเทะมาซามะเนะผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ในศตวรรษที่ 17เป็นผู้วางรากฐานเมืองเช่นการสร้าง "ปราสาทเซนได" เขาถูกยกย่องเป็นวีรบุรุษและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซนได ภูมิประเทศอันสวยงามของ "มัตสึซิม่า" ได้รับการยกย่องเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามหนึ่งในสามของญี่ปุ่นร่วมกับอะมาโนฮะชิดาเทะแห่งเกียวโตและอิทสึคุชิม่าแห่งฮิโรชิม่าการตัดกันของสีของท้องฟ้าและทะเลดูสวยงามมาก


ทางใต้ของโทโฮะคุ Southern Tohokuเขตไอซุซึ่งล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาโอฮุและเอฉิโกะเต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม นอกเหนือจากทะเลสาบและบึงที่อุระบันไดแล้ว ยังมี " ทะเลสาบอินาวะชิโระ" ซึ่งเป็นที่รู้จักเก่าไอซุวะคะมัตสึ เป็นที่ประทับใจของผู้คนในทุกฤดูกาล "ภูเขาซาโอะ" ซึ่งอยู่ระหว่างจังหวัดยามากะตะและมิยากิเต็มไปด้วยนักเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว

เทศกาล : โทโฮะคุ ดินแดนซึ่งประเพณีอันดีงามดั้งเดิมถูกถ่ายทอดต่อกันมาเทศกาลที่สนุกสนานกำลังรอคุณอยู่โทโฮะคุเป็นดินแดนซึ่งประเพณีเก่าๆได้รับการอนุรักษ์อยู่โดยเฉพาะเทศกาลใหญ่ๆ ที่เป็นที่ดึงดูดการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่เช่น "เทศกาลเนะบุตะของอะโอโมริ" ซึ่งขบวนพาเหรดเดินไปตามถนนพร้อมกับกระบอกกระดาษรูปนักรบ"เทศกาลคันโต" ที่อะคิตะซึ่งมีคันโต (ไม้ไผ่ซึ่งมีโคมไฟติดอยู่) มากกว่า
200 อันแกว่งไปมาบนถนนสายหลัก และ "เทศกาลทานาบาตะของเซนได"ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในสามของเทศกาลสำคัญของโทโฮะคุ "คามาคุระ" เป็นงานประเพณีดั้งเดิมของโยโคเทะในอะคิตะ ซึ่งสืบทอดมากว่า 400 ปีแล้ว

คันโตKANTO ประสบกับความประหลาดใจและการค้นพบใหม่ๆ ในพื้นที่ซึ่งสิ่งดึงดูดใจอยู่ไม่ไกลกัน

เมืองหลวงของญี่ปุ่น โตเกียว อยู่ในเขตคันโต อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่พื้นที่ในเมืองจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจเท่านั้น ธรรมชาติที่สวยงามเช่นน้ำตกเคโกนที่นิคโก้ที่ซึ่งยังคงเหลือสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์สะท้อน
ให้เห็นความรุ่งเรืองในอดีตช่วงยุคสมัยเอโดะ(1603-1867) ซึ่งเป็นช่วงที่ปกครองโดยโยโกฮาม่า เมืองท่าในสมัยเปิดประเทศช่วงปลายสมัยเอโดะ เมืองเก่าคามาคุระ: ซึ่งเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางทาง
การเมืองและวัฒนธรรมยุคกลางของญี่ปุ่น และเมืองแห่งน้ำพุร้อน

 

ฮาโกเน่: ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคสมัยนารา (710-793)

นิคโก้ Nikko นิคโก้ เป็นพื้นที่สำคัญแห่งหนึ่งของการบวงสรวงภูเขาในญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ นิคโก้เจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นพื้นที่ของครอบครัวโทคุกาว่าหลังจากการประดิษฐานของอัฎฐิของโทคุกาว่าอิเอยะสุซึ่งเป็นโชกุนคนแรกของรัฐบาลเอโดะ(1603-1867) ในปี 1617 ที่ศาลเจ้า "โทโซกุ" ความซับซ้อน
ของสถาปัตยกรรมและศิลปะในยุคเอโดะเช่นการแกะสลักและการประดับสามารถชมได้ที่ศาลเจ้าโทโชกุที่นิคโก้ในปัจจุบัน"ทะเลสาบจูเซนจิ" ซึ่งทอดตัวที่เนินเขาของภูเขานันไทมีชื่อเสียง
ในความสวยงามของธรรมชาติในทุกฤดูกาล

โยโกฮาม่าYokohama โยโกฮาม่า ถูกพัฒนาเป็นเมืองท่าสำหรับการค้ากับต่างประเทศในช่วงปลายสมัยเอโตะ(1603-1867) เมืองนานาชาติ "มินาโต้มิไร 21"ก่อตั้งโดยแผนปฎิรูปเมืองโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อมุ่งเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เป็นหน้าตาของโยโกฮาม่าในปัจจุบันซึ่งประกอบไปด้วยอาคารการค้ามากมาย วิวของอ่าวโยโกฮาม่า สามารถชมดูได้จากสะพานโยโกฮาม่าเบย์ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างเท่าเทียบเรือฮอนโมะคุและไดโคะคุร้านสินค้าจากต่างประเทศเช่นเฟอร์นิเจอร์หาได้ที่ย่านโมโตมะฉิ และ " โยโกฮาม่าไชน่าทาวน์" ยังเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่แห่งหนึ่งในโลกด้วย


คามาคุระ / ฮาโกเน่ Kamakura / Hakoneคามาคุระเป็นเมืองหลวงเก่าศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมในยุคกลางของญี่ปุ่น สิ่งก่อสร้างและสมบัติอันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ยังคงมีให้เห็นอยู่ที่ "ศาลเจ้าทสึรุงะโอคะฮะฉิมัง"ศาลเจ้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลระบบศักดินา "เอโนชิม่า"
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเก่าในพื้นที่เขตโซนัน เกาะซึ่งมีเส้นรอบวงยาวประมาณ 4 กิโลเมตรมีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆมากมาย "ทะเลสาบอาชิโนะโคะ" พื้นที่รีสอร์ทในที่สูงซึ่งอยู่ใน" ฮาโกเน่"เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับน้ำพุร้อนของมัน ทิวทัศน์ธรรมชาติจากการระเบิดของภูเขาไฟฮาโกเน่เช่น " โอวาคุดะนิ" สามารถชมได้ที่นี่

โตเกียว TOKYO จิตวิญญาณดั้งเดิมในพื้นที่ทันสมัย ศูนย์กลางข้อมูลเต็มไปด้วยความตื่นตาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของสมัยเอโดะในปี 1603 โตเกียวมีบทบาทที่สำคัญทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจในฐานะเมืองหลวงของญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน โตเกียวเป็นมหานครมีประชากร12 ล้านคนซึ่งเป็น 10 % ของจำนวนประชากรทั้งหมดของญี่ปุ่น โตเกียวไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมข้อมูลจากทั่วโลกเท่านั้นแต่มันยังมีเสน่ห์ใน
ตัวเองจากประวัติศาสตร์ของมันด้วย แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมีกินซะ: แหล่งช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านสไตล์ลิซ อาซาคุซะและอุเอะโน่: ดาวน์ทาวน์ของโตเกียว ชินจูกุและชิบูย่า :
สถานีปลายทางของเมือง บริเวณชายหาดฝั่งตรงข้ามอ่าวโตเกียวและโตเกียวดีสนีย์แลนด์

พระราชวังอิมพีเรียล / กินซะ Imperial Palace / Ginza
"พระราชวังอิมพีเรียล"
ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของโตเกียวเป็นที่อยู่อาศัยของพระจักรพรรดิ บริเวณโดยรอบเปิดให้ชมได้ "กินซะ" เป็นที่รู้จักในฐานะของแหล่งช้อปปิ้งระดับสูงมาตั้งแต่อดีตมีร้านสินค้าดังและห้าง
สรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงมากมาย " คาบุคิซะ" ซึ่งก่อสร้างเพื่อใช้เป็นโรงละครคาบุคิในปี 1889 ก็ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ " สถานีโตเกียว" ซึ่งเป็นเสมือนประตูสู่โตเกียวจากพื้นที่ทั่วญี่ปุ่นก็ตั้งอยู่แถบนี้

อาซาคุซะ / อุเอะโน่ Asakusa / Ueno อาซาคุซะเป็นแหล่งบันเทิงประกอบด้วยโรงหนัง โรงละครมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (1603-1867)"เซนโซจิ" ซึ่งมีชื่อเสียงที่มีโคมไฟขนาดใหญ่แขวนอยู่ที่ประตูคามินาริมองเป็นจุดที่เป็นสัญลักษณ์ของอาซะคุซะโอยมีถนนทอดยาว 260 เมตรไปสู่ตัววัดซึ่งทั้งสองข้างทางเป็นร้านขายของที่ระลึกเรียกว่า " นาคามิเซะ"ส่วน "โคะคุกิคัง" ที่เรียวโคะคุเป็นสเตเดี้ยมสำหรับซูโม่ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติของญี่ปุ่น คุณสามารถชมหมีแพนด้าได้ที่สวนสัตว์อะเอะโน่ซึ่งตั้งอยู่ที่ "สวนสาธารณะออ

อะเอะโน" และก็มีพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรีงานศิลปะ สวนสาธารณะตั้งอยู่หน้าสถานีอุเอะโน่ซึ่งเป็น
ประตูสู่โตเกียวจากเขตโทโฮะคุ

แหล่งช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อของโตเกียว ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังสนใจ
อะคิฮะบาร่าอาเมะยะโยโกะโจ
เมืองไฟฟ้า "อะคิฮะบาร่า" เป็นบริเวณที่เป็นแหล่งรวมร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังให้ความสนใจมาซื้อสินค้าที่นี่ส่วน"อาเมะโยโกะโจ" นั้นเป็นตลาดที่อยู่ใกล้สถานีอะเอะโน่มีร้านค้า
ขายทั้งอาหารสด เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ในราคาถูกกว่า 540 ร้าน

ชินจูกุ / ชิบูย่า Shinjuku / Shibuyaชินจูกุซึ่งเต็มไปด้วยสำนักงาน ร้านค้า แหล่งบันเทิงโดยเฉพาะย่าน "คาบุคิโจ" ที่เป็นแหล่งบันเทิงมีจุดศูนย์กลางคือสถานีชินจูกุ ชินจูกุยังคงพัฒนาและเจริญอย่างต่อ
เนื่องในฐานะศูนย์กลางนครแห่งใหม่โดยมี "อาคารสูง" มากมายเช่นอาคารที่ว่าการเมืองโตเกียว "ชิบูย่า" เป็นที่รู้จักดีในฐานะของศูนย์กลางแฟชั่นและวัฒนธรรมของวัยรุ่น "ฮาราจูกุ" และ"โอโมเทะซันโดะ"ที่อยู่ใกล้กันก็เป็นแหล่งช้อปปิ้งซึ่งมีร้านบูติคมากมาย
โอไดบะ / โรปปอนหงิ Odaiba / Roppongi "โอไดบะ" ซึ่งกำเนิดจากโครงการพัฒนาที่ถมทะเลในอ่าวโตเกียวเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดของโตเกียวในปัจจุบัน ไม่เป็นเพียงเพราะว่ามีสวนสาธารณะ แหล่งบันเทิงทันสมัยล่าสุด ร้านค้าซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสูดดมบรรยากาศของชายทะเลได้ในศูนย์กลางเมืองเท่านั้นแต่มันยังมีทิวทัศน์ยามค่ำคืน ของสะพานแขวนเรนโบว์บริดจ์ที่แสนจะงดงามอีกด้วย คุณสามารถที่จะพบเห็นชาวต่างชาติมากมายที่เมืองนานาชาติ "โรปปอนหงิ" ซึ่งเป็นแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน ที่นั่นมีโปรเจคต์ปฎิรูปขนาดใหญ่ "โรปปอนหงิฮิลส์"ซึ่งแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2003


โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทTokyo Disney Resort
สถานที่ที่โปรดปรานของคนญี่ปุ่น มหัศจรรย์ดั่งต้นตำรับอเมริกาถึงแม้ว่าดิสนีย์แลนด์ต้นตำรับจะอยู่ที่อเมริกา แต่ที่ญี่ปุ่นก็มิได้มีเครื่องเล่นหรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่น้อยกว่าเลย พร้อมกับ
การเสร็จสมบูรณ์ของโตเกียวดิสนีย์ซี สวนสนุกได้ขยายขนาดเป็น "โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท" ทำให้มันเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีผู้เข้าชม 20 ล้านคนต่อปี

โตเกียวดีสนีย์ซีโตเกียวดิสนีย์แลนด์

จูบุ / โฮะคุริคุCHUBU / HOKURIKU สภาพอากาศที่แตกต่างและทิวทัศน์ของภูเขา ดินแดนแห่งการค้นพบและความประทับใจภายใต้การชมภูเขาไฟฟูจิ

ภูเขาไฟฟูจิ / อิชุ  Mt.Fuji / Izu เป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงทั่วโลกเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่มีความสูงที่สุดในประเทศ 3,776 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลมีนักปีนเขามากมายที่ปรารถนาที่จะไปพิชิตขอดของมัน "ที่ราบสูงอิซุ" เป็นรีสอร์ทแถบคันโตที่ได้รับความนิยมมีพิพิธภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใครมากมาย "เมืองน้ำพุร้อนอิโด" ซึ่งขนาบข้างด้วยทะเลและภูเขาและเป็นที่รู้จักในฐานะของ "เมืองน้ำพุร้อน"ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอิซุ ส่วน "ทางตะวันตกของอิซุ' นั้นเต็มไปด้วยแนวฝั่งทะเลที่สวยงามและน้ำพุร้อนที่คอยช่วยคลายความเหนื่อยล้าของนักท่องเที่ยว น้ำพุร้อนกลางแจ้งที่สามารถชมภูเขาไฟฟูจิก็มีไว้คอยบริการ

ฮิดะ / ทาคายาม่าHida / Takayama เขตฮิดะในจังหวัดกิฝุตั้งอยู่ที่จุดศูนย์กลางของญี่ปุ่นโดยประมาณ การมีภูเขาและหุบเขาล้อมรอบทำให้แถบนี้มีหิมะตกหนัก และมีฤดูหนาวที่หนาว "ชิราคาว่าโกะ" เป็นชุมชนที่อยู่ระหว่างภูเขาซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก บ้านสมัยเก่าซึ่งเรียกว่า "กัสโซทจึคุริ" ซึ่งทำจากฟางแห้งและไม้เท่านั้นยังมีให้เห็นอยู่ที่บริเวณนี้ แถวของบ้านซึ่งเรียกว่า "มาฉิยะจุคริ" ที่ ทาคายาม่า/ซังมาฉิ" ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของทาคายาม่า ยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากยุคสมัยเอโดะ (1603-1867) มีร้านขายของที่ระลึก ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ศิลปะให้เข้าชมได้

มัตสึโมโต้ / นางาโน่ / คารุยซาว่า Matsumoto/ Nagono/ karuizawa
จังหวัดนางาโน่มีภูมิประเทศเป็นภูเขากว่า 91 ลูกที่สูงกว่า 2,500 เมตร"ถนนสายวีนัสไลน์" เป็นถนนวิ่งฟรีซึ่งผ่านเขตที่ราบสูงเซนคิริกามิเซะและทาเทะซิน่า มัตสึโมโต้เป็นเมืองปราสาทซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่
สมัยเอโดะ(1603-1867) สัญลักษณ์ของเมืองคือ "ปราสาทมัตสึโมโต้"ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ "เซนโคจิ" เป็นวัดเก่าของนางาโน่ซึ่งสร้างมากกว่า 1,400 ปีแล้ว "คารุยซาว่า" เป็นรีสอร์ทพักร้อนที่มีชื่อเสียงซึ่งคนต่างชาตินิยมมาพักในอดีต ที่คิโซจิ เส้นทางขนส่งหลักในยุคเอโดะ มีเมืองที่เป็นจุดพักระหว่างทางเช่น ทสึมาโกะซึ่งยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงปัจจุบัน

นาโกย่า  Nagoya เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตจูบุ เป็นเมืองสมัยใหม่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสมบูรณ์เช่น อาคารค้าขายนอกเหนือจากนี้ก็ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย "ปราสาทนาโกย่า" สร้างเมื่อปี 1612เป็นบ้านของขุนนางมากกว่า 250 ปีเปิดให้เข้าชมได้ในปัจจุบัน

อิเซะ / ซิม่า  Ise/ Shima ตั้งอยู่ทางตะวันตกของคาบสมุทรคิอิ มีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงามมากตลอดชายฝั่งทะเลเป็นที่กล่าวกันว่าในสมัยเอโดะ(1603-1867) ผู้คนกว่าหนึ่งในห้ามาสักการะบูชาที่ "ศาลเจ้าอิเซะ" ซึ่งมีชื่อเสียงมาก "อ่าวอะโกะ" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในด้านการเลี้ยงมุกเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่มี
ชื่อเสียงของซิม่า

โฮะคุริคุ Hokuriku ที่เทือกเขาฮิดะในจังหวัดโทยาม่าซึ่งสูงกว่า 3,000 เมตรที่ให้เดินเขาที่มีชื่อเสียงหลายที่เช่นที่ "ภูเขาทาเทะยาม่า" และที่หุบเขาคุโรเบะ" จังหวัดอิซิคาว่าเป็นศูนย์กลางของเขตโฮะคุริคุ มาตั้งแต่อดีตกาลมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่นั่น เช่น "เคนโระคุเอน" ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของสวนที่
สวยที่สุดในญี่ปุ่น "โนโตะคอนโกะ" จุดท่องเที่ยวที่สำคัญของคาบสมุทรโนโตะ มีทิวทัศน์ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะหินของคลื่นตลอดชายฝั่งยาว 30 กิโลเมตร "โทจิมโบะ" ในจังหวัด ฟุคุเป็นที่รู้จักในฐานะที่มีหน้าผาที่สูงชัน เกาะที่ลอยอยู่ในทะเลของจังหวัดนึงะตะคือ "เกาะซาโดะ" ซึ่งมีประวัติศาสตร์มากมาย
และธรรมชาติที่สวยงาม

เกียวโต KYOTO เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสถานที่ประวัติศาสตร์ เกียวโตสืบทอดประเพณีและความสวยงามของญี่ปุ่นมาสู่ปัจจุบัน

เกียวโตเป็นเมืองเก่าถูกพัฒนาขึ้นหลังการก่อตั้งเฮอันเคียวในปี 794 และเป็นที่พักอาศัยของพระจักรพรรดิมากกว่า 1,000 ปีเมืองนี้ซึ่งกลายเป็นเมืองปราสาทหลังจากที่ปราสาทนิโจสร้างเสร็จเรียบร้อยในยุคเอโดะ(1603-1867) มีมรดกที่มีค่าทางประวัติศาสตร์มากมายเช่น วัดคิงคะคุจิ / กิงคุคุจิ วัดโทจิ และวัดคิโยมิซุเดระ เมืองเกียวโตยังมีทิวทัศน์

วัดคิงคุคุจิ อาคารสีทองหลายชั้นตั้งอยู่ในเขตโตะคุอองจิเรียกว่าคองคะคุ
ดังนั้นวัดนี้จึงถูกเรียกว่าวัดคิงคะจุจิ
ปราสาทนิโจ มรดกโลกที่ถูกก่อสร้างขึ้นในปี 1569 โดยอิเอยาสุซึ่งเป็น
โทคุกาว่าโชกุนคนแรก สวนและผนังที่ถูกวาดลวดลายสวยงามซึ่งเป็นทรัพย์สิน
ทางวัฒนธรรมที่สำคัญแสดงให้เห็นถึงความเจริญร่งเรืองของตระกูลโทคุกาว่า

คันไซ KANSAI  ชมความเก่าที่ผสมผสานกับความใหม่ที่ไม่เหมือนกับที่อื่นในเขตตะวันตก
เขตคันไซเป็นศูนย์กลางทางการเมือง วัฒนธรรมและเศรษฐกิจของญี่ปุ่นตั้งแต่โบราณกาลจนกระทั่งปลายยุคกลาง นอกจากนี้สภาพอากาศที่ค่อนข้าง อุ่นตลอดปีของคันไซทำให้บริเวณนี้มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นาราเคยเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมในสมัยโบราณ เมืองเก่าแห่งนี้ซึ่งเป็นมรดกโลกแห่งนี้มีสมบัติทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่ประมาณค่าไม่ได้สร้างในสมัยอะซุคะ(600-709) และนารา(710-793) โอซาก้าซึ่งถูกเรียกว่า "เมืองหลวงแห่งน้ำ" และ " ครัวแห่งโลก" ในสมัยเอโดะ(1603-1867) ถูกพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งการค้าซึ่งมีวัฒนธรรมแบบเปิด ในโกเบ ซึ่งท่าเรือเริ่มเปิด
ใช้ในศตวรรษที่ 19 ก็ยังคงเจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นหนึ่งในเมืองท่าที่สำคัญของญี่ปุ่น และที่ฮิเมจิซึ่งเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งในจังหวัดเฮียวโกะมีสถานที่ทั้งเก่าและใหม่ที่น่าสนใจ


นารา  Nara เคยเจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นต้องแต่ช่วงเริ่มต้นของราชวงศ์ยามาโต้(300-600) จนกระทั่งเมืองหลวงถูกย้ายในปี 784 "วัดโตไดจิ" มีชื่อเสียงจาก "พระพุทธรูปองค์ใหญ่" ศาลเจ้าคาซูงะตั้งอยู่ใน "สวนสาธารณะนารา" ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง สวนสาธารณะนี้มีกว้างอาศัยอยู่
ด้วยจึงเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับผู้คนด้วย เมืองหลวงเก่าแห่งนี้มีวัดและศาลเจ้ามากมายซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่น "โฮริวจิ" ซึ่งเป็นวัดไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก "ภูเขาโยชิโน่" ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้
เป็นจุดชมวิวดอกซะกุระบานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นสีของภูเขา
ในฤดูใบไม้ร่วงก็สวยงามด้วย
โอซาก้า Osaka เป็นเมืองศูนย์กลางของฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่นมีประชากร 2.6 ล้านคนในสมัยเอโดะ(1603-1867) โอซาก้าเป็นศูนย์กระจายสินค้าของทั้งประเทศและตั้งแต่สมัยเมจิ(1868-1913) โอซาก้าถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจญี่ปุ่นด้วยธุรกิจค้าส่ง "ชินไซบาซิ" เป็นเขตดาวน์ทาวน์เต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลายที่ซึ่งคุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมแบบเปิดที่ไม่เหมือนที่ไหนของโอซาก้า "ปราสาทโอซาก้า" สร้างในปี 1583 เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของโอซาก้า "คิตะชินฉิ" เป็นแหล่งบันเทิง
ระดับสูงซึ่งครอบครองพื้นที่ส่วนหนึ่งด้านหน้าสถานีโอซาก้า

โกเบ / ฮิเมจิ  Kobe / Himeji ซึ่งอยู่ติดกับทะเลเซโตะถูกพัฒนาให้เป็นเมืองท่า อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกเห็นได้เด่นชัดที่นี่เนื่องจากมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากในสมัยเอโดะ(1603-1867) "สวนสาธารณะเมริเคน" เป็นสวนสาธารณะริมทะเลซึ่งสร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 120 ปีของการเปิดท่า "ภูเขาโระโคะ" ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโกเบเป็นที่รู้จักกันดีในด้านความสวยงามของทัศนียภาพยามค่ำคืนจากยอดเขา ฮิเมจิเป็นเมืองศูนย์กลางทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดเฮียวโกะมีประชากร 500,000 คน สัญลักษณ์ของเมืองคือ "ปราสาทฮิเมจิ' ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก "คุมาโนะโคะโด" เป็นเส้นทางนมัสการทางศาสนาโบราณซึ่งเพิ่งจะสำเร็จได้รับการ
จดทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2004

จูโกะคุ / ชิโคะคุ CHUGOKU / SHIKOKU เพลิดเพลินกับทะเล ท้องฟ้า
ทิวทัศน์สีเขียวท่ามกลางธรรมชาติ

เขตจูโกะคุแบ่งแยกโดยเทือกเขาได้เป็นสองเขต คือ ซันอินและซันโย ที่ติดกับทะเลญี่ปุ่นคือ ซันอินซึ่งมีความสวยงามของธรรมชาติเช่นเนินทรายและหินปูน ส่วนซันโยที่อยู่ทางด้านทะเลเซโตะนั้นมีสภาพอากาศที่อ่อนโยนตลอดทั้งปี เมืองที่สำคัญในแถบนี้คือ ฮิโรชิม่า เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตจูโกะคุและชิโคะคุ คุราชิคิ เขตการค้าในยุคสมัยใหม่ชิมาเน่และโอคิซึ่งอยู่ที่ดินแดนประวัติศาสตร์ อิซุโม่ซึ่งเป็นที่เกิดเทพนิยายญี่ปุ่น
ด้วยความที่เป็นเกาะ ซิโคะคุ ดินแดนหนึ่งความสะดวกสบายซึ่งอยู่ติดกับทะเลเซโตะ จึงยังเต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติที่ยังไม่เสื่อมโทรมทั้งทะเล ภูเขาและแม่น้ำ

ฮิโรชิม่า / คุราชิคิ Hiroshima / Kurashiki เมืองใหญ่ที่มีประชากร 1.1 ล้านคน มีประวัติศาสตร์เคยถูกระเบิดปรมาณู "อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า" และสวนอนุสรณ์สันติภาพ สัญลักษณ์ของสันติภาพอันนิรันดร์ แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของสงครามและระเบิดปรมาณู โกดังผนังสีขาวเรียงยาวไปตามแม่น้ำคุราชิคิใน "คุราชิคิ" ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเขตนี้มาตั้งแต่อดีตกาล แสดงให้เป็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมือง "มิยาจิม่า" ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น เป็นเกาะอยู่ในทะเลเซโตะ"ศาลเจ้าอิทสึคุชิม่า" ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะมิยาจิม่าเป็นศูนย์รวมของความเชื่อบนเกาะ

คิวชู / โอคินาว่า  KYUSHU / OKINAWA แดนสวรรค์ทางใต้ในท้องฟ้าและทะเลอันกว้างใหญ่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

สินค้าที่น่าซื้อ

เครื่องใช่ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์, กล้องถ่ายรูป,แว่นตา, นาฬิกา, เครื่องสำอาง, ชาเขียว, ชุดยูคาตะ เป็นต้น