Thunder Dragon Land
Code:Bhutan6d5n

                                              ภูฏาน 6 วัน 5 คืน
                     เยือนอาณาจักรมังกรสายฟ้า สัมผัสเทือกเขาหิมาลัย

                       ** สอบถามรายละเอียดหรือสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ คีรี โวยาจ **
                                 โทร
02 961 0171-2 www.khirivoyages.com

 bhutan2.jpg  bhutan3.jpg

 

วันที่ 1 กรุงเทพ – พาโร - ทิมพู

4.30 . คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เพื่อ Check in ณ เคาน์เตอร์ W ประตู 10 สายการบินแห่งชาติภูฏาน ดรุกแอร์ (DRUK AIR )สายการบินเดียวที่สามารถนำท่านเดินทางสู่ภูฏาน เที่ยวบินที่ KB 123 โดยเครื่องจะแวะจอดที่เมืองกัลกัตต้า ประมาณ 40 นาที

6.50 . เหินฟ้าสู่ภูฐาน โดยสายการบิน ดรุกแอร์ (เครื่องแวะจอดที่กัลกัตต้า ประมาณ 40 นาที)

9.50 . เดินทางถึงสนามบินเมืองพาโร หลังจากผ่านพิธีการเข้าประเทศ พบกับเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทที่รออยู่ หลังจากพักดื่มน้ำชา นำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (NATIONAL MUSEUM OF BHUTAN) ซึ่งในอดีตเคยเป็นป้อมปราการ หรือ ตาซอง (TA DZONG) หลังจากนั้นเดินลงเขาเพื่อไปยัง พาโร ริงปุง ซอง (PARO RINGPUNG DZONG) ซึ่งเป็นสถานที่หนึ่งที่เคยใช้ ถ่ายทําภาพยนต์เรื่อง “THE LITTLE BUDDHA” จากจุดนี้ ท่านสามารถมองเห็นวิวของ พระราชวัง อุกเกน เพลรี (UGYEN PELRI PALACE)

หลังจากนั้นในช่วงเย็น ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อเดินทางต่อไปยังทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน

รับประทานอาหารค้ำ ณโรงแรมที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ เมืองทิมพู

 

วันที่ 2 ทิมพู - ปูนาคา

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
วันนี้เริ่มโปรแกรมด้วย The National Memorial Chorten หรือมหาสถูปที่พระเจ้า จิกมี ดอร์จี วังชุก ซึ่งเป็นพระชนกของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน (พระเจ้า จิกมี ซิงเย วังชุก) พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปี ค.. 1952 – 1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” (King of Merdernization) มีประสงค์จะสร้างเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจา และใจ ของพุทธศาสนา แต่ท่านได้เสียชีวิตลงเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม หอสมุดแห่งชาติ (The National Library) และโรงเรียนสอนงานศิลปะ (The School of Arts and Crafts or the Painting School) ซึ่งท่านจะได้เห็นเด็กนักเรียนชายที่รักการเรียนทางด้านศิลป์กำลังประดิษฐ์งานศิลปะแขนงต่างๆ เช่นการแกะสลักไม้ การปั้นพระพุทธรูปปูนปั้น การวาดภาพพระบฏ หรือภาพทังก้า (Tanka) อีกด้วย ท่านชม ทาชิโชซอง (Tashicho Dzong) ซึง เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์ สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล เรายังเดินทางต่อไปยัง Simtokha Dzong ซึ่งเป็น Dzong ที่เก่าแก่ที่สุดในภูฎานสร้างโดย Shabdrung และสุดท้ายแวะชม Handicrafts Emporium สถานที่รวมรวมผลงานหัตรถกรรมเช่นผ้าขนแกะ และงานฝีมือของชาวภูฏาตแบบต่างๆ สำหรับคนทุกวัยให้ชมและเลือกซื้อ

ในช่วงบ่ายใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อเดินทางไปยังเมืองปูนาคา เดินทางไปยังปูนาคาเราจะผ่าน ดอร์ชูลา (Dorchula Pass) ถ้าอากาศในวันนั้นสดใส เราจะหยุดพักเพืือแวะชมวิวของ เทือกเขาหิมาลัย

พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ เมืองปูนาคา

*หากท่านเดินทางถึงทิมพูในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ท่านจะได้มีโอกาสเยี่ยมชมตลาดนัดวันหยุดของเมืองทิมพู


วันที่
3 ปูนาคา – กังเทง
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

จากนั้นแวะชม “Chime Lhakhang” ซึ่งสร้างโดย Lama Drukpa Kuenley วัดนี้ได้ชื่อว่าเป็นวัดแห่งความสมบูรณ์

เมิ้อถึงปูนาคา แวะชม ปูนาคาซอง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเลื่องชื่อ ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) เป็นดินแดนศักดิ์สิทธ์ที่มีตำนานเล่าว่า กูรู รินโปเช ได้เดินทางมาพบเข้าในกลางสริสต์ศตวรรษที่ 8 และได้ทำนายทายทักว่า ณ เขารูปร่างงวงช้างแห่งนี้ในอนาคตจะมีบุรุษผู้มากบุญบารมี นาม นัมเกล มาสร้างซอง(ป้อมปราการ)ขึ้นที่นี่

กระทั่งในปี พ.. 2159 ยุคที่ภูฏานแบ่งเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อย พระลามะนาม งาวังนัมเกล ที่ถูกปองร้ายหมายเอาชีวิตได้หลบหนีเข้ามาในภูฏาน ณ บริเวณจุดที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกันคือแม่น้ำโพ(Pho Chu)และแม่น้ำโม(Mo Chu) ซึ่งก็คือปูนาคาซองในปัจจุบัน (Chu ในภาษาซองคาแปลว่าแม่น้ำ) งาวังนัมเกลเมื่อ มาถึง ณ จุดนี้ ทีมตามล่าก็ยิ่งกระชั้นชิดเข้ามา ท่านจึงออกอุบายแกล้งทิ้งพระบรมสารีริกธาตุลงในแม่น้ำ ทำให้ฝ่ายศัตรูพากันกระโดดลงไปงมหาพระบรมสารีริกธาตุจนถูกกระแสน้ำที่ไหล เชี่ยวคร่าชีวิตไปเป็นจำนวนมาก ส่วนที่เหลือรอดก็หนีกลับธิเบตไป

หลังศัตรูแพ้พ่าย งาวังนัมเกลได้ตั้งค่ายพักแรมในบริเวณนี้ และท่านก็ได้ยินคำทำนายของกูรู รินโปเช ในความฝัน รุ่งขึ้นตัดสินใจว่าจะสร้างซองขึ้น ณ บริเวณนี้ที่อยู่หน้าเขารูปงวงช้าง

ครั้นงาวังนัมเกลสามารถรวบรวมภูฏานเป็นหนึ่งเดียว(ก่อนจะ ได้รับการยกย่องให้เป็น ซับดรุง งาวังนัมเกล หลังจากได้รวบรวมภูฏานจากแคว้นเล็กแคว้นน้อยให้กลายเป็นหนึ่งเดียว) ท่านก็ได้สถาปนาปูนาคาเป็นเมืองหลวงและลงมือสร้างปูนาคา ซอง ขึ้นในราว ปี พ.. 2180
หลังรับประทานอาหาร เดินทางไปยังเมืองกังเทง ระหว่างทางแวะชม หุบเขาวังดีโพดรังซอง และแวะเยี่ยมชม วังดีโพดรังซอง จากด้านนอก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค
..1638 ปัจจุบันด้านหน้าของซองแห่งนี้เป็นสถานที่บริหารราชการประจำเขต ส่วนด้านหลังเป็นส่วนของสงฆ์ จากนั้นเดินทางต่อสู่ เมืองพูนานคา สร้างขึ้นในปี ค..1673 โดยท่านซับดรุง งาวัง นัมเยล(SHABDRUNG NGAWANG NAMGYEL)ตรงบริเวณหัวแหลมที่แม่น้ำโพ(PHO CHU) และแม่น้ำโม(MO CHU) บรรจบกัน 'PHO' แปลว่าพ่อ 'MO' แปลว่าแม่ และ 'CHU' แปลว่าแม่น้ำ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาและทางโลก จากนั้นเดินทางสู่ กังเทง แวะชม Gangtey Gompa และ หุบเขาพุบจิกา Phobjikha valley สิ่งมหัศจรรย์มีชีวิตที่นี่คือ นกกระเรียนคอดำฝูง (ในช่วงฤดูหนาว) หลังรับประทานอาหารกลางวัน สำรวจหุบเขานี้กันต่อ

พักผ่อนตามอัธยาศัยแบบชาวภูฏาน ณ บ้านของชาวภูฏานในเมืองกังเทง สัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายพร้อมรับประทานอาหารที่ปรุงจากผักปลอดสารพิษแบบภูฏานดั้งเดิม

*ในหมู่บ้านใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เวลากลางคืนจึงจะไม่มีไฟฟ้าให้ใช้

 

วันที่ 4 กังเทง – ทิมพู

หลังรับประทานอาหารเช้า เดินสำรวจหมู่บ้าน จากนั้นแวะชม Gangtey Gonpa พระอารามที่ก่อตั้งในศตวรรษที่ 17 มีพระจำพรรษาทั้งหมด 300 รูป จึงถือเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในภูฏาน จากนั้นเดินทางกลับไปยังทิมพู ระหว่างทางกลับจะเป็นถนนลาดลงสู่หุบเขาสกลับกับเป็นทางปีนกลับขึ้นไปยัง ดอร์ชูลา (Dorchula Pass) ซึ่งท่านจะได้พบกับความสวยงามของทุ่่งนาที่ตัดกับสีสันของธงหลากสีที่ปักเพื่อขอพรต่อเทือกเขาหิมาลัย

แวะพักรับประทานอาหารที่ วังดี โพดรัง จากนั้นเดินทางต่อสู่ทิมพู

นำท่านชม ทาชิโชซอง (Tashicho Dzong) ซึ่ง เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์ สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล เรายังเดินทางต่อไปยัง Simtokha Dzong ซึ่งเป็น Dzong ที่เก่าแก่ที่สุดในภูฎานสร้างโดย Shabdrung และสุดท้ายแวะชม Handicrafts Emporium สถานที่รวมรวมผลงานหัตรถกรรมเช่นผ้าขนแกะ และงานฝีมือของชาวภูฏาตแบบต่างๆ สำหรับคนทุกวัยให้ชมและเลือกซื้อ

พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ เมืองทิมพู

 

วันที่ 5 ทิมพู - พาโร

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
จากนั้นเดินทางไปยังพาโร เริ่มวันที่แสนพิเศษวันนี้ด้วยการเดินเท้า เพื่อชมความน่าตื่นเต้นของ “วัดทักซัง”
(Taktshang Monastery) หรืออีกชื่อหนึ่งคือที่อยู่ของเสือ หลังจากรับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางด้วยรถยนต์เพื่อนำท่านสู่ “สถูปซัทซัม” (Satsam Chorten)

จากที่นั้นประมาณ 2 ชม.(ขี่ม้า) จะถึงจุดชมวิวของวัด เส้นทางของการปีนจะผ่านป่าสน ต้นไม้ตกแต่งเต็มไปด้วยต้นมอสสเปน และในบางช่วงของป่าละเมาะ ก็จะมีธงที่มีบทสวดมนต์ โบกสะบัดเป็นระยะๆ พวกเราจะแวะพักและดื่มน้ำที่ “ทักซัง จักฮัง” จากนั้นเดินต่อไปอีกระยะ จนกระทั้งเราจะพบ วัดทักซัง วัดนี้ถูกส้างบริเวณที่ถ้ำที่ กูรู ริมโปเซ ได้ขี่บนหลังนางพญาเสือแล้วบินมาร่อนลงตรงชะง่อนผาแห่งนี้ และท่านได้นั่งบำเพ็ญสมาธิอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง บริเวณนี้นานถึง 3 เดือน วัดที่เห็นในปัจจุบันได้รับการบูรณะในปี 2000 หลังจากที่อาคารหลักของ วัดได้ถูกเพลิงจากตะเกียงน้ำมันเผาทำลายลงไปในปี 1998

หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน

ในตอนเย็น ให้ท่านได้เดินเล่นตามถนนสายหลักของเมืองพาโร เพื่อเยี่ยมชมร้านงานหัตถกรรมหรือนั่งrพักผ่อนตามร้านคาเฟ่,บาร์ในท้องถิ่น

พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ เมืองพาโร

 

วันที่ 6 พาโร - กรุงเทพฯ

7.00 . รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
8.00
. ออกเดินทางจากโรงแรมสู่สนามบินพาโร กลับสู่ประเทศไทยโดยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB 126
15.00 . เดินทางถึงสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจและความทรงจำที่ดี