
| วันที่ 1 กรุงเทพฯ - พาโร - ทิมพู |
|
4.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ W สายการบินดรุกแอร์
5.40 น. ออกเดินทางสู่ภูฏาน โดยเที่ยวบินที่ KB 123 สายการบินแห่งชาติภูฏาน ดรุกแอร์ (DRUK AIR) สายการบินเดียวที่สามารถนำท่านเดินทางสู่ภูฏาน โดยเครื่องจะแวะจอดที่เมืองกัลกัตต้า ประมาณ 40 นาที
7.40 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองพาโร เมืองที่มีสนามบินเพียงเมืองเดียวของภูฏาน (เวลาช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) โดยมีตัวแทนจากภูฏานมารอรับท่านจากนั้นเดินทางต่อไปยังตัวเมืองพาโร โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
เที่ยง รับประอาหารที่เมืองทิมพู
บ่าย นำท่านชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในเมืองพาโร (NATIONAL MUSEUM OF BHUTAN) ซึ่งในอดีตเคยเป็นป้อมปราการ หรือ ตาซอง (TA DZONG) แต่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปีค.ศ.1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวม เครื่องแต่งกาย อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าในแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจน ดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายหลายรูปแบบ
จากนั้นเดินลงเขาเพื่อไปยัง พาโร ริงปุง ซอง (PARO RINGPUNG DZONG) ซึ่งเป็นสถานที่หนึ่งที่เคยใช้ ถ่ายทําภาพยนต์เรื่อง “THE LITTLE BUDDHA” จากจุดนี้ ท่านสามารถมองเห็นวิวของ พระราชวัง อุกเกน เพลรี (UGYEN PELRI PALACE)
จากนั้นเดินทางไปยังเมืองทิมพู เมืองหลวงของประเทศภูฏาน โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
รับประทานอาหารเย็น จากนั้นให้เวลาท่านพักผ่อนตามอัธยาสัย
พักค้างคืนที่โรงแรมในเมืองทิมพู
*หากเดินทางถึงทิมพูในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ท่านจะได้มีโอกาสเยี่ยมชมตลาดนัดวันหยุดของเมืองทิมพู
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งจัดแสดงศิลปะท้องถิ่นแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภูฏาน และ หอสมุดแห่งชาติ สถานที่เก็บพระไตรปิฏก และโรงเรียนสอนงานศิลปะ
ซึ่ง ท่านจะได้เห็นเด็กนักเรียนที่รักการเรียนทางด้านศิลป์กำลังประดิษฐ์งาน ศิลปะแขนงต่างๆ เช่น การแกะสลักไม้ การปั้นพระพุทธรูปปูนปั้น การวาดภาพพระกบฏ หรือภาพทังก้า (Tanka) อีกด้วย
จากนั้นนำท่านไปยัง สถาบันแพทย์แผนโบราณ สถานที่เก็บสมุนไพรพื้นบ้านชนิดต่างๆของภูฏาน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย หลังรับประทานอาหารกลางวัน นำท่านชม THE NATIONAL MEMORIAL CHORTEN หรือมหาสถูปที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระเจ้าจิกมี ดอร์จี วังชุก (พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองภูฏานในช่วงปี ค.ศ. 1952 – 1972 ) โดยพระองค์มีพระประสงค์จะสร้างมหาสถูปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจาและใจ แต่ท่านได้เสียชีวิตลงก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ
จากนั้นนำท่านชมศูนย์หัตถกรรมพื้นเมืองของรัฐบาล THE GOVERNMENT HANDICRAFT EMPORIUM ซึ่งเป็นร้าน ขนาดใหญ่ของรัฐบาล ที่จําหน่ายสินค้าหัตถกรรมในราคายุติธรรม ซึ่งเป็นสินค้าจําพวกผ้า งานแกะสลัก ตะกร้า เครื่องประดับ พรม ฯลฯ และ เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ผ้าทอแห่งชาติ ตลอดจน พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งจัดแสดงศิลปะท้องถิ่นแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภูฏาน เปิดครั้งแรกในปี 2001
จากนั้นเดินทางไปยังเมืองปูนาคา ระหว่างทางผ่าน ดอร์ชูลา พาส (Dorchula Pass) ซึ่งสามารถหยุดแวะพักชมวิวของ เทือกเขาหิมาลัยได้ในวันที่อากาศสดใส
รับประทานอาหารเย็นและพักค้างคืนที่โรงแรมในเมืองปูนาคา
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านแวะสักการะ ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีตำนานเล่าว่า กูรู รินโปเช ได้เดินทางมาพบเข้าในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 8 และได้ทำนายทายทักว่า ณ เขารูปร่างงวงช้างแห่งนี้ในอนาคตจะมีบุรุษผู้มากบุญบารมี นาม นัมเกล มาสร้างซอง(ป้อมปราการ)ขึ้นที่นี่
กระทั่งในปี พ.ศ. 2159 ยุค ที่ภูฏานแบ่งเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อย พระลามะนาม งาวังนัมเกล ที่ถูกปองร้ายหมายเอาชีวิตได้หลบหนีเข้ามาในภูฏาน ณ บริเวณจุดที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกันคือแม่น้ำโพ (Pho Chu) และแม่น้ำโม (Mo Chu) ซึ่งก็คือปูนาคาซองในปัจจุบัน (Chu ในภาษาซองคาแปลว่าแม่น้ำ) งา วังนัมเกลเมื่อ มาถึง ณ จุดนี้ ศัตรู ก็ยิ่งตามล่ากระชั้นชิดเข้ามา ท่านจึงออกอุบายแกล้งทิ้งพระบรมสารีริกธาตุลงในแม่น้ำทำให้ฝ่ายศัตรูพากันกระโดดลงไปงมหาพระบรมสารีริกธาตุจนถูกกระแสน้ำที่ไหล เชี่ยวคร่าชีวิตไปเป็นจำนวนมาก ส่วนที่เหลือรอดก็หนีกลับธิเบตไป
หลัง ศัตรูแพ้พ่าย งาวังนัมเกลได้ตั้งค่ายพักแรมในบริเวณนี้ และท่านก็ได้ยินคำทำนายของกูรู รินโปเช ในความฝัน รุ่งขึ้นตัดสินใจว่าจะสร้างซองขึ้น ณ บริเวณนี้ที่อยู่หน้าเขารูปงวงช้าง
ครั้นงาวังนัมเกลสามารถรวบรวมภูฏานเป็นหนึ่งเดียว (ก่อนจะ ได้รับการยกย่องให้เป็น ซับดรุง งาวังนัมเกล หลังจากได้รวบรวมภูฏานจากแคว้นเล็กแคว้นน้อยให้กลายเป็นหนึ่งเดียว) ท่านก็ได้สถาปนาปูนาคาเป็นเมืองหลวงและลงมือสร้างปูนาคา ซอง ขึ้นในราว ปี พ.ศ. 2180
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย เดินทางกลับทิมพู ระหว่างทางนำท่านชม ทาชิโชซอง (Tashicho Dzong) ซ่ึง เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามและใหญ่โตมาก ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์ สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล
รับประทานอาหารเย็นและพักค้างคืนที่โรงแรมในเมืองทิมพู
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
จากนั้นเดินทางกลับเมืองพาโร (ประมาณ 2 ชั่วโมง) นำท่านชม วัดทักซัง หรือที่รู้จักกันในนาม วัดรังเสือ (Tiger’s Nest) วัดที่ได้รับความเคารพเลื่อมใสที่สุดแห่งหนึ่งของผู้แสวงบุญในแถบหิมาลัย เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูฏาน จนทุกคนที่มาประเทศนี้ต้องมาเยือน วัดทักซังตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตรจาก Paro valley เป็นสถานที่ที่ Guru Rinpoche ได้ขี่บนหลังนางพญาเสือแล้วบินมาร่อนลงตรงชะง่อนผาแห่งนี้ และท่านได้นั่งบำเพ็ญสมาธิอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งบริเวณนี้นานถึง 3 เดือน วัดที่เห็นในปัจจุบันได้รับการบูรณะในปี 2000 หลังจากที่อาคารหลักของวัดได้ถูกเพลิงจากตะเกียงน้ำมันเผาทำลายลงไปในปี 1998
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย ให้ท่านได้เดินเล่นตามถนนสายหลักของเมืองพาโร เพื่อเยี่ยมชมร้านงานหัตถกรรมหรือนั่งฟังตามร้านคาเฟ่,บาร์ในท้องถิ่นตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารเย็นและพักค้างคืนที่โรงแรมในเมืองพาโร
7.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
8.00 น. นำท่านเดินทางออกจากโรงแรมสู่สนามบินพาโร
11.10 น. ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB 126
(เครื่องแวะจอดที่กัลกัตต้า ประมาณ 40 นาที)
16.00 น. เดินทางถึงสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจและความทรงจำที่ดี