ที่ตั้ง
ทวีปอเมริกาเหนือ โดยมีมลรัฐ Alaska อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคนาดา และ มีมลรัฐฮาวายอยู่ทางตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก
เนื้อที่
มีเนื้อที่ประมาณ 9,629,091 ตารางกิโลเมตรหรือ 3,537,441 ตารางไมล์เป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและแคนาดา
ภูมิประเทศ
สหรัฐอเมริกาประกอบด้วยภูมิประเทศหลายแบบ และ มีภูมิอากาศ เกือบทุกประเภท เนื่องจาก มีบริเวณอาณาเขต กว้างใหญ่ไพศาล ส่วนกว้างของแผ่นดินใหญ่จาก ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันออกไป จนชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตก นับเป็นระยะทาง 4,500 กิโลเมตร ทิศเหนือจดประเทศแคนนาดา ทิศใต้จดประเทศแม็กซิโก และ อ่าวแม็กซิโก รถไฟด่วน 96 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จะแล่นข้ามทั้งประเทศได้ก็ต้อง ใช้เวลา มากกว่า 45 ชั่วโมง หรือใช้เวลา ประมาณ 5 ชั่วโมง โดยเครื่องบินไอพ่นอเมริกาประกอบไปด้วย 50 รัฐ และ Washington D.C. มีเนิ้อที่ประมาณ 3,787,319 ไมล์ ( เทียบได้กับขนาด 18 เท่าของขนาดพื้นที่ประเทศไทย) มีบริเวณรัฐที่ติดต่อกันรวม 48 รัฐ และรัฐ Alaska ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศแคนาดา และรัฐฮาวายซึ่งอยู่ใน มหาสุมทรแปซิฟิก และเมื่อรวมเอารัฐอลาสก้า และ ฮาวายเข้าด้วยกัน สหรัฐอเมริกา จะมีพื้นที่มากกว่า 9 ล้าน ตารางกิโลเมตร อลาสก้าเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในจำนวน 50 รัฐ รองลงมาคือ เท็กซัส ซึ่งอยู่ทาง ภาคใต้ของประเทศ เฉพาะ เท็กซัสรัฐเดียวก็ใหญ่ กว่าฝรั่งเศสทั้งประเทศแล้ว ส่วน อลาสก้านั้น ใหญ่กว่า เท็กซัสถึง 2 เท่า อย่างไรก็ตาม เราควรมาทำความเข้าใจ การใช้คำศัพท์เฉพาะ บางคำ ที่ชาวอเมริกันใช้ ในการเรียก ชื่อส่วนต่างๆ ของประเทศของเขาเสียก่อน ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. New England คือ ส่วนที่ประกอบไปด้วยรัฐ Maine, New Hampshire, Vermont, Massachusetts, Rhode Island และ Connecticut
2.The Northeast คือ ส่วนที่อยู่ทางตะวันออกตอนเหนือของประเทศ ประกอบไป ด้วยรัฐต่างๆ ใน New England ผนวกกับรัฐ New Jersey, Pennsylvania, บางส่วนของรัฐ Delaware, Maryland และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี (Washington D.C.)
3. The Deep South หรือภาคใต้ตอนใน คือ ส่วนที่ประกอบไปด้วย Georgia, Alabama, Mississippi และบางครั้งอาจรวมถึงรัฐ Louisiana, South Carolina และตอนเหนือของรัฐ Florida ด้วย
4. The South หรือส่วนที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศอเมริกาทั้งหมด ประกอบไปด้วย ส่วนของ Deep South ผนวกเข้ากับรัฐ North Carolina, Virginia, Texas และมักจะหมายรวมถึงรัฐ Arkansas, Kentucky, Tennessee และ Florida เข้าไปด้วย หรืออาจรวมรัฐ Missouri, West virginis และ Oklahoma
5. The Midwest คือส่วนที่อยู่ทางตะวันตกตอนกลางของประเทศ ประกอบไปด้วยรัฐ Indiana, Illinois, Iowa และมักจะหมายรวมถึงรัฐ Michigan, Ohio,Minnesota, Wisconsin ด้วย บางครั้งอาจรวมถึงรัฐ Missouri, Kansas และ Nebraska
6. The Plains States คือ ส่วนที่เป็นพื้นที่ราบ รวมถึงรัฐ North Dakota, South Dakota, Nebraska, Kansas และอาจรวมถึงรัฐอีก 5 รัฐ คือ Iowa, Colorado, Oklahoma, Montana และ Wyoming
7. The Rockies หรือบางทีเรียกว่า Mountian West คือ ส่วนที่อยู่ในแถบเชิงเขา ตะวันตก ซึ่งมีเทือกเขา Rockie เชื่อมผ่าน อันได้แก่รัฐ Montana, Wyoming, Colorado, Idaho, และ Utah
8. The Southwest คือ ส่วนที่อยู่ทางตะวันตกตอนใต้ของประเทศ ได้แก่รัฐ Arizona, New Maxico และอาจหมายรวมถึง Nevada, Utah,Texas และทางตอนใต้ของ California ด้วย
9. The West คือ ส่วนที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศ ได้แก่รัฐ Montana, Wyoming, ColoradoIdaho, Idaho, Arizona และอาจหมายรวมถึงรัฐ California, Oregon และ Washington ด้วย
10. The Northwest คือ ส่วนที่อยู่ทางตะวันตกตอนเหนือของประเทศ ได้แก่รัฐ Oregon, Washington และอาจรวมถึงรัฐ Idaho กับส่วนตอนเหนือของรัฐ California ด้วย
11. The West Coast หรือ Far West คือ ส่วนที่เป็นชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศ อันได้แก่รัฐ California, Oregon และ Washington
อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ ติดกับ แคนาดา
ทิศใต้ ติดกับ เม็กซิโก
ทิศตะวันออก ติดกับ มหาสมุทรแอตแลนติก
ทิศตะวันตก ติดกับ มหาสมุทรแปซิฟิก
ทรัพยากรธรรมชาติ
ถ่านหิน, ทองแดง, เกลือ, ยูเรเนี่ยม, ทองคำ, เหล็ก, ปรอท, นิเกิล, โปแตส, เงิน, วุลแฟรม, ทังสแตน, สังกะสี, ปิโตรเลี่ยม, ก๊าซธรรมชาติและป่าไม้ เป็นต้น
ประชากร
มีจำนวน 290, 342, 554 คน (กรกฎาคม 2546) ประชากรในประเทศอเมริกา มาจากหลายๆประเทศทั่วโลก โดยที่ แผ่นดินดั้งเดิมนั้น เป็นของคนอินเดียแดง ผู้อพยพรุ่นแรกๆ เป็นคนจากประเทศอังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ เพราะต้องการที่จะ แสวงหาโอกาสที่จะร่ำรวย เสรีภาพทางการเมืองและศาสนา ส่วนพวกคนดำหรือว่านิโกรถูกนำมาจาก ทวีปแอฟริกาในฐานะทาสจนกระทั่งปี ค.ศ. 1863 ในสมัยประธานาธิบดีลินคอล์น ได้มีการประกาศใช้ Emancipation Proclamation ซึ่งเป็นการปรับสถานะของคนดำ ให้ทัดเทียม คนขาว เมืองที่มีคนดำอยู่อาศัยมากที่สุดคือ New York ในส่วนของชาว Hispanic หรือพวกเชื้อสายสเปน มีอยู่ประมาณ 8.3 % ของจำนวนประชากรทั้งหมด ทุก ๆ ปี สหรัฐอเมริกาจะทำการสำรวจสำมะโนครัวประชากรและการอุตสาหกรรม เสียครั้งหนึ่ง เมื่อมีการสำรวจกันครั้งแรกในปี พ.ศ. 2333 ประชากรมีน้อยกว่า 4 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่กัน แถบฝั่งตะวันออกของประเทศแต่ในปัจจุบันมีประชากรถึง 232.6 ล้าน คน
เชื้อชาติ
คนขาวร้อยละ 77.1
คนดำหรือคนแอฟริกันอเมริกันร้อยละ 4.2
คนอเมริกันอินเดียนและชาวอะแลสการ้อยละ 1.5
ชาวฮาวายเอียนและชาวเกาะแปซิฟิกร้อยละ 0.3
คนเชื้อชาติอื่น ร้อยละ 4
ศาสนา
โปรเตสแตนท์ร้อยละ 56
โรมันคาทอลิก ร้อยละ 28
ยิวร้อยละ 2
อื่นๆร้อยละ 4
ไร้ศาสนาร้อยละ 10
ภาษาราชการ
ภาษาอังกฤษ
วันชาติ
4 กรกฎาคม
เวลาต่างจากไทย
ฝั่งตะวันออก 12 ชั่วโมง ฝั่งตะวันตก 15 ชั่วโมง
ในระยะ 20 ปีที่ผ่านมา ชาวอเมริกันอพยพไปฝั่งตะวันตกและ ภาคใต้ของประเทศ ขณะนี้มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ทางฝั่งแปซิฟิก มีประชากรมากที่สุด และมลรัฐนิวยอร์ค ทางฝั่ง แอตแลนติกเป็นอันดับสอง นครนิวยอร์คเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของอเมริกา ลอสแองแจลิส ในรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นนครใหญ่อันดับสอง ชิคาโกรัฐอิลลินอยส์เป็นที่สาม ฮิวส์ตันรัฐเท็กซัส เป็นที่สี่ ฟิลลาเดลเฟีย เป็นที่ห้า นครหลวงของประเทศคือ กรุงวอชิงตันดีซีเป็นเมือง ที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 19 ส่วนในมลรัฐฮาวาย ชนเชื้อสายญี่ปุ่นมีมากกว่าหนึ่งใน สามของประชากรทั้งหมด
ประวัติของประเทศ
สหรัฐอเมริกาก่อกำเนิดขึ้นจากการประกาศอิสรภาพของรัฐอธิปไตย 13 มลรัฐ คำประกาศดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 และอังกฤษยอมรับเอกราชของชาติอเมริกาในวันที่ 14 มกราคม ค.ศ 1789 ต่อมาในปีเดียวกัน รัฐเหล่านั้นจึงได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อก่อตั้งสหพันธรัฐ โดยให้มีรัฐบาลกลางที่เข้มแข็ง รัฐต่างๆมอบอำนาจอธิปไตยหลายประการให้รัฐบาลกลางที่กรุงวอชิงตัน แต่สงวนอำนาจบางประการไว้ เช่น อำนาจนิติบัญญัติและการคลังในระดับมลรัฐ ดังนั้น ทุกมลรัฐจึงมีวุฒิสภาและสภาผู้แทนของตนเอง ( ยกเว้นเนแบรสกา ซึ่งมีสภาเดียว ) และมีอำนาจเก็บภาษีผู้มีภูมิลำเนาในมลรัฐ
ชื่อประเทศ
ชื่อเต็ม United States of America เรียกว่า สหรัฐอเมริกา
ชื่อย่อ United States เรียกว่า สหรัฐฯ
อักษรย่อ US หรือ USA
ระบอบการปกครอง
สหพันธรัฐ (Federal Republic); แบบประชาธิปไตย
โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและเป็นหัวหน้ารัฐบาล (Chief Executive) ภายใต้รัฐธรรมนูญ
เมืองหลวง
กรุงวอชิงตัน (Washington,D.C.)
การแบ่งการปกครอง
ประกอบด้วย 50 มลรัฐและ 1 District (District of Columbia ซึ่งเป็นที่ตั้งของ กรุงวอชิงตัน) ได้แก่
Alabama, Alaska (เป็นมลรัฐที่ใหญ่ที่สุด), Arizona, Arkansas, California, Colorado, Connecticut, Delaware, District of Columbia, Florida, Georgia, Hawaii, Idaho, Illinois, Indiana, Iowa, Kansas, Kentucky, Louisiana, Maine, Maryland, Massachusetts, Michigan, Minnesota, Mississippi, Missouri, Montana, Nebraska, Nevada, New Hamshire, New Jersey, New Mexico, New York, North Carolina, North Dakota, Ohio, Oklahoma, Oregon, Pennsylvania, Rhode Island (เป็นมลรัฐที่เล็กที่สุด), South Carolina, South Dakota, Tennessee, Texas, Utah, Vermont, Virginia, Washington, West Virginia, Wisconsin, Wyoming
เขตการปกครองอื่นๆ
American Samoa, Baker Island, Guam, Howland Island, Jarvis Island, John Atoll, Kingman Reef, Midway Islands, Navassa Island, Northern Mariana Islands, Palmyra Atoll, Puerto Rico, Virgin Islands, Wake Island
ระบบกฎหมาย
อยู่บนรากฐานของกฎหมายจารีตประเพณีของอังกฤษ
สิทธิในการเลือกตั้ง
อายุ 18 ปีขึ้นไป
ประมุขของประเทศ
ระบอบประธานาธิบดี
โครงสร้างทางการเมือง
สหรัฐฯ มีพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือ พรรครีพับลิกัน (Republican) และพรรคเดโมเเครต (Democrat)
การปกครองแบบสหพันธรัฐ แบ่งแยกอำนาจออกเป็น 3 ฝ่าย ภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่ละฝ่ายได้รับเลือกในลักษณะที่แตกต่างกัน และมีการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน (checks and balances) ดังนี้
ฝ่ายบริหาร
มีประธานาธิบดีเป็นประมุข ได้รับเลือกจากการเลือกตั้งทั่วไป ร่วมกับรองประธานาธิบดีทุก 4 ปี ในวันอังคารแรกของเดือนพฤศจิกายน ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งผ่านคณะผู้เลือกตั้ง ( Electoral College ) จำนวน 538 คน ดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 สมัย สมัยละ 4 ปี ประธานาธิบดีจะเป็นผู้ร่างรัฐบัญญัติต่อรัฐสภา และทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ทำสนธิสัญญาต่างๆ ตลอดจนแต่งตั้งผู้พิพากษา เอกอัครราชทูตและตำแหน่งต่างๆของฝ่ายบริหารตั้งแต่ระดับรองผู้ช่วยรัฐมนตรี (Deputy Assistant Secretary) ขึ้นไป
ฝ่ายนิติบัญญัติ
ประกอบด้วย 2 สภา คือ
วุฒิสภา
มีสมาชิกจากแต่ละมลรัฐ มลรัฐละ 2 คน รวมเป็น 100 คน ดำรงตำแหน่งสมัยละ 6 ปี โดยสมาชิกจำนวน 1 ใน 3 ครบวาระทุก 2 ปี วุฒิสภามีอำนาจให้ความเห็นชอบหรือปฎิเสธบุคคลที่ประธานาธิบดีแต่งตั้ง รวมทั้งคณะรัฐมนตรี และให้สัตยาบันสนธิสัญญา รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภาโดยตำแหน่ง (President of the Senate) คือนาย Richard B. Cheney หัวหน้าฝ่ายเสียงข้างมาก (Majority Leader)ในวุฒิสภา ได้แก่ นาย Bill First (R-Tennessee) หัวหน้าฝ่ายเสียงข้างน้อย (Minority Leader) ได้แก่ นาย Thomas A. Daschle (D-South Dakota)
สภาผู้แทนราษฎร
มีสมาชิก 435 คน แบ่งตามสัดส่วนของประชากรในมลรัฐ คือ ประชากร 575,000 คน ต่อ สมาชิก 1 คน ดำรงตำแหน่งสมัยละ 2 ปี ประธานสภา (Speaker of the House) ได้แก่ นาย Dennis Hastert (R-Illinois) ผู้นำเสียงข้างมาก คือ นาย Tom DeLay (R-Texas) ส่วนผู้นำเสียงข้างน้อย คือ นาย Nancy Pelosi (D-California)
ฝ่ายตุลาการ
ประกอบด้วย ศาลชั้นต้น (Curcuit Court) ศาลอุทรณ์ (Appeal Court)และศาลฎีกา (Supreme Court) ศาลฏีกามีอำนาจที่จะล้มเลิกกฏหมายใดๆและการปฎิบัติการของฝ่ายบริหารที่ได้วินิจฉัยแล้วว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกาซึ่งมีทั้งหมด 9 คนนั้น ประธานาธิบดีเป็นผู้เสนอชื่อและวุฒิสภาเป็นผู้ให้การรับรอง และดำรงตำแหน่งได้โดยไม่มีการกำหนดวาระ
เศรษฐกิจการค้า
ระบบเศรษฐกิจ
ทุนนิยม ( Capitalism ) เป็นระบบเศรษฐกิจที่ให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินธุรกิจโดยที่รัฐจะเข้าแทรกแซงในกิจการของเอกชนน้อย และสนับสนุนให้มีการแข่งขันกันอย่างเสรีทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) :10,987.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (พ.ศ.2546)
อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ร้อยละ 3.1
อัตราการว่างงาน
ร้อยละ 5.6 (กุมภาพันธ์ 2547)
อุตสาหกรรม
สหรัฐฯ เป็นผู้นำทางภาคอุตสาหกรรมของโลก มีความหลากหลายสูงและมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามาก เช่น ปิโตรเลียม เครื่องยนต์เครื่องบิน อุปกรณ์การสื่อสาร เคมีภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ การแปรรูปอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค ป่าไม้ เหมืองแร่
ดุลการค้า : มูลค่า – 535,652 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2546)
การส่งออก : มูลค่า 723,743 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออก : ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและวัตถุดิบ เครื่องบินและส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องมือทางการแพทย์ ถั่วเหลือง ประเทศคู่ค้าในการส่งออก : แคนาดา 169,481 ล้านดอลลาร์สหรัฐเม็กซิโก 97,457 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ญี่ปุ่น 52,064 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สหราชอาณาจักร 33,895 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เยอรมนี 28,848 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การนำเข้า: มูลค่า 1,259,396 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้านำเข้า : รถยนต์ รถบรรทุกและส่วนประกอบ น้ำมันดิบ คอมพิวเตอร์ เครื่องรับวิทยุและโทรทัศน์ ปิโตเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ เพชร เฟอร์นิเจอร์ ประเทศคู่ค้าในการนำเข้า :แคนาดา 224,166 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จีน 152,379 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เม็กซิโก 138,073 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ญี่ปุ่น 118,029 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เยอรมนี 68,047 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปีงบประมาณ : 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน